* *

Pages: [1]
  Print  
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo
Author Topic: เรียนจบแล้วไปไหน 2  (Read 711 times)
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« on: Jan 26, 2019, 10:08:07 »

เอาของคนอื่นมาให้อ่านกันก่อนครับ แล้วค่อยมาดูว่าเด็กจากมหาลัยควีนส์ไปทำอะไรในระยะ6เดือนที่ผ่านมา เส้นทางนอกประเทศมันทำให้โตเร็วกว่า  การที่จะรอหางานในประเทศแคนาดา หรือไม่ ปริญญาตรีสาขาการศึกษาและใบอนุญาตประกอบอาชีพครูของประเทศแคนาดานั้นสามารถนำไปหางานใน700 โรงเรียน ใน 120 ประเทศ เราจะมาพิสูจน์กัน สาวคนนี้เป็นครู ตั้งต้นออกเดินทางจากโตรอนโต้    http://www.oneikathetraveller.com/how-i-afford-to-travel.html        http://www.oneikathetraveller.com/how-to-make-100k-a-year-teaching-overseas.html    
« Last Edit: Feb 20, 2019, 18:11:21 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #1 on: Feb 12, 2019, 23:07:35 »

6เดือนผ่านไปในการทำงานในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ในแผนกช่วยเหลือดูแลกลุ่มนักเรียน 7คน ที่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ต่างออกไปจากเด็กทั่วไปโดยจะแยกออกเป็น 2กลุ่มหลักๆคือ สาเหตุที่เรียนช้าหรือการรับรู้ มาจากด้านความเข้าใจในภาษา EAL หรือ ทางร่างกายการรับรู้ทางระบบของร่างกายที่เกี่ยวกับสมอง ลูกสาวจะทำงานอยู่กับครูในกลุ่มแรกแผนกนี้มี ครูด้านนี้อยู่2คน ส่วนที่ดูแลพฤติกรรมการเรียนรู้ช้าเพราะภาษา  บังเอิญไม่ได้ถามว่ามีครูESLกี่คนที่เกี่ยวข้องกับแผนกนี้นะครับ ระหว่างที่ทำงานก็ได้เรียนออนไลน์ในระดับประกาศนียบัตรกับมหาลัยควีนส์ Special Education 1ในหลักสูตรเกี่ยวกับเด็กที่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ผิดปกติ เริ่มเรียนเมื่อเดือนตุลาคม เรียนจบหลักสูตรนี้ไปเมื่อธันวาที่ผ่านมา กำลังจะเรียนหลักสูตร Special Education 2 ด้าน ESL กับมหาลัยควีนส์ในเดือน กุมภา 2019 เช่นกัน และพยายามเรียนให้จบให้ได้ภายในปีนี้ ที่เรียนเพื่อจะทำความเข้าใจปัญหาการเรียนของเด็กที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษ สื่อให้เข้าใจว่าเด็กต่างชาติทั้งหลาย พยายามพูดอะไรหรือเขียนอะไร แต่ไม่สามารถสื่อออกมาหรือเขียนออกมาได้เต็มที่ ศักยภาพในการเรียนจึงลดลงไป  จะเรียนESLไม่ใช่ต้องการเรียนไปเพื่อไปสอนภาษา  แต่จะเรียนเพื่อวิเคราะห์ว่าเด็กบางคนที่เรียน มีปัญญาการเรียนที่ประสพความสำเร็จช้านั้นๆ มีสาเหตุเพราะด้อยทาง ภาษาหรือความสามารถการรับรู้ มาจากทางด้านสมอง จะได้แก้กันได้ถูกจุด ระหว่างช่วงเบรคสิบกว่าวันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาชวนน้องสาวคนเล็กไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย ต่อรถไฟธรรมดาราว14ชั่วโมงไปเที่ยว กุ้ยหลินและหยางชัว ไปสัมผัสเจอผีที่โรงแรมในหยางชัว มีฝรั่งที่มีระบบสัมผัสในการสื่อจิตวิญญานที่โตรอนโต้ เป็นแม่ของเพื่อนนักเรียนสอนเรื่องการระวังภัยพวกนี้ให้นิดๆหน่อยๆ
« Last Edit: Feb 24, 2019, 02:31:32 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #2 on: Feb 12, 2019, 23:46:36 »

พอหลังจากปีใหม่ราวกลางเดือนมกราคม ทางแผนกกับฝ่ายบริหารคงไม่ได้ติดต่อกันว่า มีความต้องการที่จะใช้ครูหรือครูผู้ช่วยในปีการศึกษาหน้า หรือเดือนสิงหาคมปีนี้ ตำแหน่งเดิมนี้เพื่งจะประการการจ้างเมือไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ครับ ตามหลักจะต้องรู้ตั้งแต่ต้นปีแล้วครับ ว่าใครจะอยู่ต่อ หรือ ใครจะลาออก เพื่อจะได้เตรียมเปิดสมัครรับคนใหม่เข้ามา สำหรับลูกของผมถึงมีตำแหน่งเดิมอีก เด็กเรียนรู้ทุกอย่าง มีความสามารถที่จะก้าวไปในตำแหน่งครูเต็มตัวแล้ว ก็คงไม่อยากที่จะอยู่กับที่และเงินเดือนในตำแหน่งผู้ช่วยเดิมอีกต่อไป ที่มาเมืองไทยได้เดือนละ2300เหรียญCDNล๊อคสัญญาจ้าง56,000บาทต่อเดือนทำงานจริง9เดือนนิดๆ แต่รับค่าจ้าง12เดือนครับ โรงเรียนปิดเทอมก็ไม่ต้องมาที่ทำงานครับ เด็กไทยจบมหาลัยเริ่มต้นที่15,000บาทต่อเดือนนะครับ มีบ้านพักอย่างดีให้ฟรี มีค่ารักษาพยาบาลอย่างดีให้ และตั๋วมาเมืองไทยและตั๋วกลับโตรอนโต้เมื่อครบสัญญาจ้างในแต่ละปี สิ่งที่เขามาได้คือมาได้ประสพการณ์และใบเบิกทาง จากการทำงานกับโรงเรียนที่มีชื่อเสียง และได้งานทันทีในเดือนที่เรียนจบ ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันในแคนาดา บางคนยังไม่ได้งาน หรือต้องไปรอเป็นครูฝึกหัด ได้ชั่วโมงทำงานไม่เต็มเวลา รายชื่อคงอยู่ด้านล่างของตระกร้าปนกับรายชื่อของครูจบใหม่ๆอีกหลายพันคนในออนทาริโอ และจะได้งานต่อเมื่อ บอร์ดของทางการศึกษาโทรมาให้ไปทำงานชั่วคราวหรือไปทำงานแทนครูประจำชั้นที่ลากิจ ลาคลอด หรือลาป่วย อย่างน้อยอีก2ถึง3ปี เพราะแคนาดามีระบบฝึกหัดของครูที่จบใหม่กว่าจะบรรจุเป็นครูเต็มตัว ลูกสาวจึงต้องลางาน4วัน ไปในงาน ตลาดงานจัดหาครูที่มาเปิดการจัดหางานใน กทม งานนี้จะมีพวกครูต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานในกลุ่มอาเซียนที่กำลังคิดจะงานงานใหม่ จะเดินทางมาร่วมในงานนี้ครับ ลูกสาวต้องไปเช่าโรงเเรม4คืนเพื่อไปร่วมงานนี้ ในระยะเวลา3วันยุ่งตั้งแต่เช้ายันเย็น ได้รับการสนใจและนัดเวลาสัมภาษณ์จากโรงเรียน 19 โรงเรียนจากทั่วโลกครับ งานที่ไปร่วม  https://www.searchassociates.com
« Last Edit: Feb 24, 2019, 05:45:18 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #3 on: Feb 13, 2019, 10:12:28 »

เด็กสาวคนหนึ่งที่ผมเคยเล่าว่า จบจากควีนส์ เป็นครู ด้านปฐมวัย มาฝึกงานที่โรงเรียนเดียวกับลูกสาวของผมที่เมืองไทย มาเริ่มงานเมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา เธอลางานมาในงานเปิดรับสมัครงานตำแหน่งครูนี้นี้ด้วยเช่นกัน ปีการศึกษาหน้าหรือเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เธอจะไปทำงานในตำแหน่งครูประจำชั้นประถม ที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งที่กรุง เวียนนา ส่วนลูกสาวของผม จะไปเอาดีในด้าน ตำแหน่งครูสายสนับสนุนการเรียนของเด็กที่มีพฤติกรรมทางการเรียนรู้ต่างจากเด็กทั่วๆไป ที่มีการสอนสนับสนุน ในโรงเรียนภาคปกติ ที่นักเรียนสามารถมาเรียนร่วมกับเด็กอื่นๆ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับโรงเรียนเอกชน เป็นของใหม่ สมัยก่อนๆเด็กที่มีอาการพฤติกรรมด้านเรียนรู้ที่ต่างจากเด็กทั่วๆไป จะต้องไปเรียนที่โรงเรียนเฉพาะทางโดยตรง ไม่สามารถมาเรียนร่วมชั่นกับเด็กทั่วๆไป ครูทำงานในตำแหน่งนี้ จึงเป็นของใหม่ในวงการศึกษาของระบบโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก จึงมีตำแหน่งครูน้อย โรงเรียนที่มาทำงานด้วยในเมืองไทย ยังมีครูสาขานี้แค่2ท่านในแผนก มัธยมปลาย บางโรงเรียนยังไม่มีครูแบบนี้ หรือแผนกการสอนดังกล่าวนี้ในโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก แล้วมีผลไปกระทบถึงการย้ายงานของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ซีอีโอ นักการทูต องค์กรระหว่างประเทศที่มีการย้ายพนักงาน ผู้บริหาร ไปยังทั่วโลก แต่ละประเทศที่ย้ายคนกลุ่มดังกล่าวไปประจำตำแหน่ง จะต้องมีโรงเรียนอินเตอร์ให้ลูกของเขาเรียน บังเอิญในบางครอบครัวมีลูกหลายๆคน แต่คนหนึ่งเป็นเด็กพิเศษ เช่น ออทิสติก ไฮเปอร์ หรือมีพฤติกรรมทางการเรียน ซึ่งในอเมริกา หรือบางประเทศมีโรงเรียนสำหรับเด็กที่กล่าวถึง แต่ในประเทศอื่นๆอาจจะไม่โรงเรียนแบบนั้นครับ ทำให้คนที่โดนย้ายไปดำรง       ตำแหน่งในบางประเทศ ปฎิเสธการย้ายตำแหน่งได้ครับ
« Last Edit: Mar 14, 2019, 05:34:26 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #4 on: Feb 13, 2019, 22:37:10 »

จากการสัมภาษน์งานกับโรงเรียน19โรงเรียนจากทั่วโลกภายใน3วัน บรรยากาศและความกดดันผมคงแทบไม่ต้องอธิบาย มีโรงเรียนที่สนใจส่งข้อความมาขอนัดการสัมภาษน์รอบที่2 และหลังจากที่สัมภาษน์เสร็จเรียบร้อย มีการเสนอสัญญาว่าจ้างจากโรงเรียนทั้ง2แห่ง โรงเรียนแรกเป็นโรงเรียนประจำสตรี อยู่ที่เกาะเชจู เกาหลีใต้ เป็นโรงเรียนในเครือของโรงเรียนเอกชนมีชื่อจากโตรอนโต้ โรงเรียนนี้กดดันเรื่องการให้เวลาตัดสินใจในตอบรับข้อเสนอแบบ ถ้าจะเอา จะต้องตอบรับภายใน24ชั่วโมง ค่าจ้างให้สูงมากๆ สูงกว่าแห่งที่2เกินเท่าตัว หลังจากลูกสาวตัดสินใจเอง พ่อและแม่ต้องนิ่งที่สุด ไม่ก้าวก่ายในการตัดสินใจใดๆ เพราะความเหนื่อยล้าและแรงกดดันที่เขาได้รับในช่วงนั้นสูงมากๆ ตามที่ลูกสาวตัดสินใจปฎิเสธการรับการว่าจ้างในตำแหน่งงาน จากเหตุผล โรงเรียนนี้ไม่มีแผนกช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมแตกต่างในการเรียนรู้จากเด็กทั่วไปมาก่อน อาจจะเห็นโรงเรียนอื่นๆเริ่มที่จะ อินเทรนกับการมีหรือเริ่มที่จะเปิดแผนกนี้ขึ้นมา หรือเห็นโรงเรียนอื่นๆมีแผนกนี้ ก็อยากมีแผนกนี้กับเขาบ้าง ลูกสาวของผมจะไปเป็นครูคนแรกและคนเดียวที่นั้น เด็กนักเรียนมีมากสำหรับครูคนเดียว และครูคนเดียวจะไปทำอะไรได้ไม่มากนัก คงเป็นระบบให้ดูแลและ สแกนเด็กที่มีพฤติกรรมด้านการเรียนรู้ ถ้าเด็กคนนั้นแก้ไขพฤติกรรมให้ไม่ได้ เช่นอาจจะมาจากครูมีน้อยกว่าจำนวนนักเรียนที่มีอาการพฤติกรรมด้านเรียนรู้ดังกล่าว ถ้าเขาให้สแกนเด็กเสร็จแล้ว    ถ้าทางโรงเรียนเกิด ใช้วิธีแบบโบราณ คือเชิญผู้ปกครองมาคุย แล้วบอกว่าเชิญลูกคุณไปเรียนทีโรงเรียนอื่นละ อนาคตเขาจะเหลืออะไร ถ้าเกิดไปหางานที่ใหม่ แล้วทางโรงเรียนที่จะว่าจ้างถามว่า ลองเล่าเรื่องของคุณให้เราฟังหน่อยสิ คุณมีหน้าที่อะไรที่โรงเรียนเก่า เพราะคำตอบคือ สแกนเด็กแล้ว เพื่อเชิญออกจากโรงเรียน ลูกสาวบอกว่า และอนาคตของฉันคงพังป่นปี้  ขนาดโรงเรียนที่เมืองไทยที่มาทำงานด้วยในปีนี้ ยังครูด้านนี้2ท่าน ยังต้องจ้างลูกของผมมาดูแลช่วยเหลือนักเรียนในด้านการเรียนแค่7คนครับ ลูกสาวของผมประกบเด็กนักเรียนของเขาเข้าไปเรียนร่วมชั้นกับเด็กๆทั่วไป เด็กมีอาการอีดอัดมาขอพบ บางครั้งลูกจะบอก หายใจเข้าและออกช้า ทำตัวสบายๆแล้วเราค่อยมาคุยกัน บางครั้งเด็กมีความเครียดสูง ลูกของผมต้องพาเดินรอบๆสนามบอลเดินแบบช้าก่อน ความเครียดลดลงแล้วค่อยคุยกัน แผนกนี้ไม่มีการวางแผนการสอนใดๆล่วงหน้าครับ เหตุการต่างแปรผันไปทุก5นาที  ทำงานตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ มันท้าทายความสามารถของครู  ถ้าคนไม่รักในส่ิงทำนี้จริงๆ ทำงานแผนกนี้ยากครับ และอีกอย่างหนึ่งคือต้นทุนการทำแผนกเรียน แผนกนี้สูงมากครับ โรงเรียนที่จะทำแผนกนี้ขึ้นมา ถ้าไม่ใช่โรงเรียนขององค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก็จะต้องเป็นโรงเรียนที่ต้องกล้าและใช้ทุนแต่กำไรน้อยนะครับ มันคือกึ่งๆของการ คืนกำไรให้กับสังคมนะครับ
« Last Edit: Feb 24, 2019, 07:54:30 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #5 on: Feb 20, 2019, 06:16:42 »

สิ่งที่ผมเขียนขึ้นมานี้ มีจุดประสงค์ที่จะเล่าให้ผู้ปกครองและเด็กไทยรุ่นใหม่ๆที่เกิดในต่างประเทศ หรือย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่เล็กๆ หรือเด็กที่เรียนนานาชาติตั้งแต่เล็กๆ  จะบอกแบบง่ายๆคือ อาชีพครู การเรียนวิชาชีพครูในต่างประเทศเหมาะสำหรับเด็กๆที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ และใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับเจ้าของภาษา พูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่ชัดเจนนะครับ พูดไม่ชัดไปสอนเด็กๆ ความน่าเชื่อถือมันมีน้อยนะครับ สัปดาห์ที่ผ่านมามีกิจกรรมการศึกษานอกรั้วโรงเรียนสำหรับพลเมืองโลก High School GCW .Globel Citizen Week. เมื่อวันอาทิตย์ ลูกสาวและครูชายไปกับคณะมืออาชีพทำทัวร์ท่องเที่ยวโดยจักรยานนำนักเรียน18คน การเดินทางที่มีการค้างแรมนอกสถานที่ แต่มีกฎของโรงเรียนคือ ถ้าในคณะที่ไปทำกิจกรรมใดๆ มีนักเรียนหญิงไปด้วย แม้ว่าจะมีแค่1คนก็ตาม จะต้องมีครูผู้หญิงติดตามคณะไปด้วยทุกครั้ง ทัวร์ยุโรป ส่วนพวกฝรั่งเศส อิตาลี่ ออสเตรเลีย ก็ไม่มีใครมาชวนให้ไปร่วมคณะติดตามไปด้วย 55 มาได้ทัวร์นี้ก็ดีแล้วนะ  คิดว่าว่าเที่ยวฟรีแล้วกันนะ เดินทางไปที่บ้านกรูด ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นก็เริ่มต้นปั่นจักรยานในเส้นทางเลาะหาด ชมธรรมชาติที่งดงามของประเทศไทย ระหว่าการเดินทางมีรถพี่เลี้ยง รถเสบียง ไปด้วยตลอดเส้นทาง ตกบ่ายๆใกล้ช่วงเวลาเย็น  ก็เข้าพักตามโรงแรมที่บริษัททัวร์จัดไว้ให้ ผ่าน บางสะพาน ชุมพร ไปถึงเขาสก พักแพริมน้ำ ก็ท่องเที่ยวทางน้ำด้วย เรือคายัค ตั้งแต่บ่ายวันพฤหัสถึงเย็นวันศุกร์ ก็บินกลับ กทม จาก สนามบินสุราษฏร์ธานี ตั้งแต่กลับมาเมืองไทยในเดือนสิงหาคม เดือนตุลาคม วันหยุดเบรคเล็กๆ 20ถึงวันที่28ได้ไปเที่ยวประเทศจีน Winter Holiday ก็หยุดตั้งแต่19ธันวาคมถึง 6มกราคม ไป เกาะช้างพายเรือคายัคในทะเล เพราะเกาะช้างน้ำทะเลนิ่งสงบ ไม่มีคลื่น กุมภา ทัวร์จักรยานลงใต้ สงกรานต์ยังมีวันหยุดต่อเนื่อง9วัน พอราวกลางเดือนมิถุนายนก็มีวันหยุดปิดเทอมยาวอีก2เดือนสัญญาทำงานครบปี นายจ้างจ่ายตั๋วเดินทางกลับจากเมืองต้นทางที่มาให้ คือโตรอนโต้ แปลนกำหนดไปDC ไปเป็นแม่ทูนหัวให้กับลูกของเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นประถม ชีวิตมันมีเสรีในการเดินทางตั้งแต่อายุน้อยๆ ไม่ต้องไปรอแก่แล้วหรือเกษียณแล้วจึงออกมาท่องเที่ยวนะครับ ในยามนั้นๆมีแรงที่จะเดินหรือเปล่าก็ไม่มีใครทราบนะครับ
« Last Edit: Feb 20, 2019, 16:46:45 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #6 on: Feb 22, 2019, 04:01:32 »

ลูกสาวคนโตมาเล่าให้ผมฟังว่า โรงเรียนแต่ละโรงเรียนในต่างประเทศ อาจจะประกาศเรียกคุณสมบัติครูในการที่จะจ้าง เช่นต้องมีประสพการณ์2หรือ3ปีในตำแหน่งครูเต็มตัวนั้น บางประเทศเป็นกฎของ ต.ม ในประเทศนั้นๆเพราะมันไปขึ้นกับกฏการจ้างงานการออกใบอนุญาตทำงานของแต่ละประเทศ ต.ม บางประเทศไม่ยอมลดหย่อนกฎตัวนี้ให้ ในใจลูกสาวเขาติดนิสัยชอบความสงบ ความเงียบของเมืองเล็กๆที่มีธรรมชาติในแคนาดา ทุกวันนี้ถ้าไม่จำเป็น กทม ยังไม่อยากจะเข้าไปในเมือง ไม่ชอบไปอยู่อาศัยในประเทศจีน ประเภทเมืองที่มีคนอยู่มากๆ หรือสถานที่วุ่นวายใดๆ ความหวังในการไปที่งานเปิดรับสมัครงานในครั้งนี้ อยากได้งานสอนในโรงเรียนอเมริกันที่ซูริค สวิสเซอร์แลนด์ หรือโรงเรียนอเมริกันในเยอร์มันนี หรือ โรงเรียนในยุโรป ค่าจ้างในเยอร์มันนีจัดว่ามาตรฐาน แต่จ่ายน้อยกว่าสวิส คนเยอร์มันเองยังชอบไปทำงานในสวิส แต่ในสวิสมีค่าครองชีพสูง ต้องทำอาหารเอง จะมาทานอาหารนอกบ้าน บ่อยๆแบบเมืองไทยคงจะไม่ได้นะครับ ถ้าทำตัวแบบนั้นก็คงไม่มีเงินเก็บ ในวงการครูจะกล่าวกันว่าโรงเรียนที่สวิสและโรงเรียนในกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง จ้างครูด้วยค่าจ้างที่สูงมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะโรงเรียนของบริษัทน้ำมันอารามโก้ ในซาอุ และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางจะไม่มีการเก็บภาษีเงินได้ใดๆ แต่ลูกสาวไม่คิดที่จะไปตะวันออกกลางจึงไม่ได้ระบุ  กลุ่มตะวันออกกลางลงไปในฐานข้อมูลการสมัครงาน แต่ไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องอายุประสพการณ์ในการทำงานพอที่จะไปสวิสหรือเยอร์มันนี  แต่ต้องหางานให้ได้ ลงงานในตำแหน่งครูเต็มตัวให้ได้ และถ้าได้งานแบบที่ผมระบุไว้ ผ่านไป2ปีเมื่อไหร่ ทีนี้จะนับควอลิฟาย ว่าเป็นครูเต็มตัวแล้ว จะไปสอนที่ไหนในโลกก็ได้แล้ว คนเราไม่ชอบอะไร ส่วนใหญ่ก็จะได้แบบนั้น โรงเรียนหลักสูตร IB ในฮ่องกง เรียกลูกสาวไปสัมภาษน์ รอบที่1 แล้วนัดขอสัมภาษน์รอบที่2 คณะเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนนี้เป็นฝรั่งมีชาวเคเนเดียนมาด้วย เขาเป็นคนแรกที่เข้าใจในหลักสูตรที่ลูกสาวผมเรียนมา โรงเรียนนี้มีครูแผนกสนับสนุนการเรียนและระบบการรับรู้ของเด็กที่ต่างจากเด็กทั่วๆไป อยู่แล้วถึง4ท่าน โรงเรียนที่ลูกสาวทำงานอยู่ด้วยที่เมืองไทยมีครูแผนกนี้ในปัจุบันแค่2ท่าน ลูกสาวของผมเป็นแค่ผู้ช่วยนะครับ คนที่เป็นครูหัวหน้าแผนกนี้ที่เมืองไทย เดือนสิงหาที่จะถึงนี้ได้ลาออก และจะไปทำงานเป็นหัวหน้าแผนก  และจัดตั้งแผนกสนับสนุนการเรียนของเด็กที่มีการรับรู้ต่างจากเด็กทั่วๆไปขึ้นมาใหม่ เป็นแผนกที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ให้กับโรงเรียนอเมริกันในสวิสเซอร์แลนด์ครับ
« Last Edit: Mar 14, 2019, 05:24:11 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #7 on: Feb 23, 2019, 23:00:07 »

กลับมาเรื่องการสัมภาษน์ครั้งแรกกับคณะเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนในฮ่องกง เจ้าหน้าที่ที่มาเป็นฝรั่งทั้งหมด สุภาพใจดีมาก ไม่กดดัน เขาสนใจในคุณสมบัติของลูกสาว จึงเรียกสัมภาษน์รอบที่2 แล้วยื่นเสนองานพร้อมแพ๊คเกตให้ แล้วบอกว่าให้เวลาในตัดสินใจ 1สัปดาห์ เงินเดือนที่ให้ก็มาตรฐานโรงเรียนอินเตอร์ในย่านเอเซียสำหรับครูจบใหม่ ตกราวหกหมื่นกว่าแต่ยังไม่ถึงเจ็ดหมื่นเหรียญ  แคเนเดี้ยนต่อปีครับ และเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นทุกๆปีตามอายุงาน และจะกระโดดปรับขั้นถ้าเรียนเพิ่มเติม การว่าจ้างสำหรับงานนี้ใช้ดอลลาร์ฮ่องกงในการจ้าง จะต่างกับโรงเรียนนานาชาติอเมริกันที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ไม่ว่าโรงเรียนจะอยู่ที่ใดในโลก แต่จะทำสัญญาว่าจ้างเป็นดอลลาร์อเมริกันเสมอครับ ข้อเสนอทางนายจ้างเสนอมา ก็มีค่าเดินทางไปกลับจากเมืองไทยปีละ1ครั้ง ค่าประกันสุขภาพ พื้นที่สำหรับอยู่อาศัยในฮ่องกงมีจำกัด ทางโรงเรียนจึงไม่มีบ้านพักครู แต่เขาให้ค่าเช่าห้องเดือนละ14,000ฮ่องกงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทตกราว56,000บาท จะหาห้องดีกว่านี้ก็ได้ แต่จะต้องจ่ายส่วนต่างของค่าเช่าครับ ห้องที่ได้ห้องประเภทมีพื้นที่ให้แมวพอดิ้นตาย เซ็นสัญญารับการว่าจ้างงานครั้งแรกก็2ปี ถ้าไม่มีอาการประสาทหลอนสำหรับการพักอาศัยในห้องเล็กๆ ก็คงจะไม่มีปัญหาใดๆ ในเมื่อมีพื้นที่ครัวเล็กๆในห้องที่ฮ่องกง ที่จริงน่าจะใช้แบบสำหรับอุ่นอาหารมากกว่า สำหรับอาหารประจำวัน มื้อเที่ยงและมื้อเย็น คงจะต้องทานอาหารนอกบ้าน เมืองวุ่นวาย ประชากรหนาแน่น ส่วนดีก็คือใกล้เมืองไทย ราคาค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพง สามารถกลับมาบ้านได้ในช่วงวันหยุดยาว
« Last Edit: Feb 24, 2019, 05:32:51 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #8 on: Feb 23, 2019, 23:23:51 »

หลังจากกลับมาบ้านได้หลายๆวัน เขาตัดสินใจไปทำงานกับโรงเรียนที่ฮ่องกง เพราะมีเหตุผลบวกหลายๆข้อครับ สิ่งที่ต้องการที่สุดในขณะ คือการทำงานให้ครบ2ปีก่อน เพื่อที่จะกลายเป็นครูเต็มขั้นของระบบข้อบังคับสำหรับวงการครู โรงเรียนที่จะไปเป็นโรงเรียน 2ภาษา ด้านวิชาการสอนด้วยระบบการสอนของ IB ในชั้นเรียนจะมีครูประจำชั้นที่สอนร่วมกัน2ท่าน คนหนึ่งสอนด้วยภาษาอังกฤษ แล้วครูอีกท่านหนึ่งจะสอนด้วยภาษาจีนกลางในทันที ในระยะเวลา2ปีเขาคงจะได้เรียนภาษาจีนกลางได้ถึงขั้นระดับคนไทยที่เสียเงินบินไปเรียนภาษาจีนที่จีนหรือใต้หวัน เพราะการทำงานในสถานศึกษาการจ้างครูสอนพิเศษแบบส่วนตัวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องยาก โรงเรียนส่วนใหญ่มีชั้นเรียนสอนภาษาให้กับพนักงานต่างชาติหรือครูต่างชาติด้วยครับ ส่วนภาษาจีนกวางตุ้งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน คงได้แบบงูๆปลาๆมาด้วย แบบพอเอาตัวรอดได้ ในเมื่อจะไปอยู่ในฮ่องกง ก็ใช้ฮ่องกงเป็นฮับของการท่องเทียวเดินทางในย่าน เอเซีย เช่นจีนและญี่ปุ่น ช่วงซัมเมอร์จะไปแคนาดาและอเมริกาก็สดวกดี ทางโรงเรียนที่ฮ่องกงถึงแม้จะไม่ใช่โรงเรียนอินเตอร์ แต่มีงบพัฒนาการศึกษาให้กับครูเช่นกัน ทางนั้นเสนอการเรียนปริญญาโทมาให้เช่นกัน แต่ถ้าจะเรียนด้วยระหว่างทำงาน ตามมารยาทที่ดีงาม ควรที่จะทำงานให้นายจ้างสัก4ปีครับ
« Last Edit: Feb 23, 2019, 23:45:43 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #9 on: Feb 24, 2019, 00:37:58 »

ที่เขียนมามันเกี่ยวข้องกับอาชีพครู ที่คนไทยยังมีน้อยคนที่คิดจะมาเรียนหรือมาทำงานครู ครูเก่งๆมีรายได้แสนกว่าเหรียญยูเอสต่อปี สำหรับการทำงานปีละประมาณ9เดือนครับ  ค่าเช่าบ้านฟรี ค่ารักษาพยาบาลฟรี ยังมีสวัสดิการณ์อื่นๆ มีงานให้ทำทั่วโลก ยกเว้นทวีปอเมริกา เหนือติดเรื่องวีซ่าสำหรับครูจากนอกประเทศ ในส่วนอเมริกาเหนือ กลาง และใต้ ค่าจ้างครูจะถูกกว่าที่อื่นๆที่มีโรงเรียนนานาชาติในโลกครับ แต่อาชีพครูจะะไปประเทศไหนอื่นๆในโลก อัตราค่าจ้างไม่ลดตามราคาจ้างของการจ้างแบบคนท้องถิ่นนะครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ พยาบาลทำอยู่อเมริกาหรือแคนาดาค่าจ้างสูง แต่จะกลับมาทำงานที่เมืองไทยก็ต้องรับค่าจ้างที่ตำ่กว่ามากๆ  เส้นทางของเขาถึงจุดหมายแล้ว ชีวิตการงาน ถ้าจะยึดอาชีพนี้ก็คงจะเดินไปข้างหน้าได้ตลอดรอดฝั่งด้วยอาชีพนี้อาชีพเดียวได้ คือผมคงหมดเรื่องของเด็กคนนี้ ที่จะมาเล่าให้กันฟังแล้วครับ มันเป็นเรื่องของเด็กจากประเทศไทย ที่เดินทางไปแคนาดาเพื่อแสวงหาความรู้ในโลกของการศึกษาและระบบการศึกษาของประเทศแคนาดา จนต่อมาเขากลายเป็นผู้ที่จะให้การศึกษา ต้องออกตัวก่อนครับ ว่าผมมิได้มีเจตนาที่จะโอ้อวดใดๆ ใครอยากจะชมเส้นทางการศึกษา การฝึกงาน การไปเรียนในหลายๆคณะ ในสายวิชาที่แตกต่างกัน อบรมสารพัดหลักสูตรย่อยๆมากมายของเด็กคนนี้ ที่การได้มามันเป็นจังหวะและชีวิต ที่ได้ไปเจอมาในแคนาดาที่แปลกสุด คือคล้ายๆกับรากไม้ครับ แตกรากย่อยออกไปดูดความรู้หลายๆทาง แต่ผลสุดท้าย จากรากย่อยต่างๆ ได้หล่อหอมรวม องค์ความรู้ขึ้นมาได้ กลายออกมาต้นไม้ที่แข็งแรงได้  เป็นต้นไม้ที่มีคุณสมบัติของมันเอง แตกต่างจากต้นอื่นๆ คือมีความรู้ความเชี่ยวชาญหลายๆแขนงที่ไม่ไปซ้ำกับใคร คือมีบางสิ่งก็เหมือนคนอื่นๆ แต่บางสิ่งที่เราทำได้แต่คนอื่นก็ทำไม่ได้ สิ่งที่ได้มาไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ หรือจะเรียนรู้ได้จากระบบการศึกษาของประเทศไทย ยิ่งไทยเราจะผูกขาดวิชาชีพครู ห้ามเด็กจากสายอื่นเข้ามาเรียนเพิ่มเติมเพื่อสอบอาชีพครู การศึกษาไทยคงยิ่งมืดมิดลงไปอีกนานครับ มิน่าแค่เขียนใบสมัครงาน แคประวัติส่วนตัว ก หรือ ข เขียนเหมือนกันหมด ชื่อ นามสกุล อายุ เพศ สัญชาติไทย นับถือ ศาสนาพุทธ ประวัติชีวิตช่างจืดสนิท วิชาครูในแคนาดาบางส่วน การผลิตนักศึกษาก็เหมือนกับ คนเรียนวิชากฏหมายของอเมริกาและแคนาดาครับ ที่รับคนที่จบปริญญาตรีจากทุกๆสาขาก่อน แล้วมาเรียนต่อสาขากฎหมาย ความเชี่ยวชาญ      และมิติของวิชากฎหมายของนักศึกษาจึงกว้างออกไปโดยมิมีขอบเขต อาศัยความรู้แรกหรือความรู้เดิมในสาขาแรกของนักศึกษามาผสมกับวิชากฎหมาย เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเฉพาะทางที่แตกต่างออกมา ใครจะอ่านบอกมาได้ ผมจะให้ไปอ่านในข้อมูลที่ Linkedln ครับ
« Last Edit: Mar 01, 2019, 09:47:42 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #10 on: Feb 24, 2019, 03:22:51 »

ผมลืมบอกไปครับใครที่คิดจะเรียนสายครู เลือกมหาลัยรัฐที่มีชื่อเสียงหลักๆของแต่ละมณฑลนะครับ เวลาจบมา ถ้ายังไม่มีประสพการณ์งานจากการสอนในโรงเรียนรัฐของมณฑลที่เรียนจบมา และถ้าคิดจะออกมาทำงานนอกประเทศ ชื่อเสียงและอันดับของมหาลัยที่จบมามีส่วนในการรับพิจารณาในการสมัครงานครับ ผมดูจากข้อมูลเด็กๆนักเรียนที่จบเกรด12ในฮ่องกง จะเลือกไปเรียนต่อในมหาลัยตัวเด่นของอังกฤษ อเมริกา และแคนาดา คนในวงการการศึกษาที่ฮ่องกงนี่รู้เรื่องชื่อเสียงของ UBC UofT Queen’s ดีนะครับ ผมถามลูกว่าทำไมไม่ไปสมัครงานที่โรงเรียนอินเตอร์ที่ไม่ใช่ตัวท๊อปๆในเมืองไทย จะได้อยู่ใกล้ๆกัน เห็นโรงเรียนกลุ่มนี้ประกาศรับสมัครครูเช่นกัน ลูกสาวบอกว่า ไม่ใช่เรื่องงานหรือเรื่องเงินที่จ่ายต่ำกว่ามาตรฐาน แต่คนที่เป็นครูจะต้องระวังตัวเองด้วย เพราะขืนไปสอนโรงเรียนแบบนั้น ต่อไปภายภาคหน้าจะไปสมัครงานที่อื่นลำบาก คือสมัครงานกับโรงเรียนที่ดีๆมีชื่อเสียงในวงการ จะไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานครับ
« Last Edit: Feb 25, 2019, 12:20:25 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #11 on: Mar 07, 2019, 18:05:58 »

เรื่องปลีกย่อยสำหรับเด็กที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษในเมืองไทย หรือเด็กไทยจากต่างแดนที่จะมาหาค่าขนมในเมืองไทย ปริญญาสาขาที่เรียนมาจากต่างประเทศ บางสาขาไม่ทำรายได้สูงในเมืองไทย แต่คนที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ  ก็จะมีงานแบบสำหรับวงการของเจ้าของภาษา จงใช้จุดเด่นในด้านภาษาที่ตนเองมีแล้วมองไปในด้านนั้นๆ ลูกสาวคนโตของผม จัดอยู่ในกลุ่มครูผู้ช่วย อัตราลูกจ้างชั่วคราว ไม่มีการเตรียมการสอน ไม่มีการตรวจการบ้าน ยังมีรายได้ยังไม่มาก  ถึงเวลาเลิกงาน หรือเวลาที่โรงเรียนเลิกเรียนในแต่ละวัน ถือว่าหน้าที่การงานจบกันในวันนั้นๆ จึงมีผู้ปกครองมาจ้างให้ไปเป็นติวเตอร์หลังเวลาเลิกเรียน ไปติวเตรียมสอบให้นักเรียน ในวิชา IB Biology คือวิชานี้เป็น1ใน2 +1 วิชาที่เขาได้รับใบอนุญาตให้สอนได้ในระดับมัธยม แบบมีใบอนุญาตจากออนทาริโอครับ จึงเลือกสถานที่ติว ที่ร้านกาแฟชื่อดังในหมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านระบบมี รปภ ปิดตัวจากสังคมภายนอก ตรงข้ามโรงเรียน ผมไม่ต้องโฆษณาก็พอจะเดากันได้ว่าชื่อร้านอะไรนะครับ เรียกไปชั่วโมงละ1,200 บาท ทางผู้ปกครองชาวต่างชาติก็ตกลงครับ คือลูกสาวแบบใครมาขอให้ติว ถ้ามีเวลาก็จะทำให้นะครับ ไม่ได้ประกาศโฆษณา  แบบจะทำกันทุกๆวันๆละหลายๆชั่วโมงแบบยึดเป็นอาชีพ  เขามีเวลาว่างคงหาเงินพิเศษเอาไว้ช่วยจ่ายค่าหน่วยกิตในการเรียน ESL ออนไลน์กับมหาลัยควีนส์ ที่กำลังเริ่มเรียนไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ หรือจะเอาไว้ ช่วยค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปเที่ยวในช่วงซัมเมอร์ประมาณนั้นๆ ในสังคมของพวกโรงเรียนอินเตอร์ตัวท๊อปในเมืองไทยติวเตอร์เรียกกันที่1200-1500ต่อชั่วโมงนะครับ มีครูคนไทย มีสามีเป็นฝรั่งสอนภาษาไทยให้คนต่างชาติก็ราคานี้ครับ  ติวเตอร์ภาษาไทยที่ผู้ปกครองชาวไทยจ้างเข้ามาสอนลูกตัวเองเองก็มี ราคาอาจจะน้อยกว่านี้แต่ไม่น้อยกว่ามากนะครับ บางคนจะบอกเรียนข้างนอกถูกกว่า ใช่ครับผมไม่เถียง แต่การได้รับการไว้ใจของคนมันต่างกันครับ ถ้าติวเตอร์ที่เป็นบุคคลภายนอก มีทั้งต่างชาติและชาวไทย ส่วนใหญ่จะจบดนตรีจาก มหิดล อินเตอร์ กลุ่มนักดนตรีในสายต่างๆ ดีด สี ตี เป่า มารับติวภายในเขตรั้วของโรงเรียน จะต้องมีใบตรวจประวัติจากกรมตำรวจและมีการตรวจประวัติอีกหลายขั้นตอนครับ ส่วนพวกครูที่เป็นลูกจ้างประจำของโรงเรียนจะไม่รับงานติวเตอร์นะครับ คือทางโรงเรียนถือว่าจ้างครูด้วยค่าจ้างดีพอที่จะต้องใช้เวลาของคุณสำหรับงานของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว จะไปทำอะไรอื่นๆที่มีรายได้ จะต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบครับ ยังมีกลุ่มติวเตอร์ที่เป็น ฝรั่งและญี่ปุ่น รับงานติวเตอร์ให้เด็กญี่ปุ่นที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์ ในย่านที่ชาวญี่ปุ่นพำนักกันมากใน กทม ตามคอนโด ในซอยต่างๆตรงข้ามห้างเอมโพเรียมครับ
« Last Edit: Mar 07, 2019, 19:18:22 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #12 on: Mar 24, 2019, 22:31:14 »

เรียนรู้ถึงบทเรียนราคาแพงของชีวิต เมื่อวานเราไหว้บรรพบุรุษในช่วงย่างเข้า เชงเม้ง คนในครอบครัว ผมอยู่กันพร้อมหน้า มีโอกาสที่คุยกัน น้องๆก็ถามลูกของผมอีก2คนว่า โดยเฉพาะคนเล็กที่ขอพัก1ปี แต่ย่องไปโขงเจียม อุบลมา2ครั้ง ไปช่วยเพื่อนออกแบบลายผ้าฝ้ายทอมือ ย้อมคราม แล้วนำงานกลับมาทำงานออนไลน์ที่บ้าน  น้องผมถามหลานจะไปเรียนต่อหรือ จะหางานทำ หรือมีแผนอะไร จะไปทำงานที่ไหนอีก แล้วก็บอกว่าที่แคนาดาในช่วงนี้โอกาสที่จะหางานดีๆทำหาได้ยากกว่าที่อื่นๆ แล้วก็เล่าให้หลานฟังหรือเด็กๆฟังว่า เรื่องบทเรียนที่มีค่านี้ มีเคเนเดียน ได้งานจากบริษัท สนญ อเมริกา ส่งมาทำงานถึงเมืองไทย แล้วโดนเชิญออก ต้องกลับไปแคนาดา และการโดนเชิญออกจากงานนี้ จะสร้างผลกระทบทางด้านชื่อเสียงและเสียประวัติการทำงานเพราะโดนเชิญออก ที่จะทำให้หลุดจากวงจรงานที่พอมีระดับในสังคมไป ประเภทคงหางานที่ดีไม่ได้แม้แต่งานในประเทศแคนาดา ที่น่าสงสารเขามีภรรยาและลูก2คนที่จะต้องดูแล เฉพาะลูก2คนของเขา ถ้ายังอยู่ในวัยเรียน ถ้าเรียนในเมืองไทย บริษัทจ่ายค่าเทอมให้คงไม่ต่ำกว่า2ล้านบาทต่อปี เขามาจากประเทศแคนาดาพอมาถึงเมืองไทยก็คิดว่า ตัวเขาเองเก่งและฉลาดมากๆ คิดว่าเก่งกว่าเพื่อนร่วมงานและพนักงานที่เป็นคนไทย ด้านการบริหาร การตลาด ของบริษัทชั้นนำในเมืองไทย จะมีคนไทยที่จบจากมหาลัยเด่นๆจากทั่วโลกเป็นพนักงานที่มีความรู้และเก่งกว่าเขาเช่นกันนะครับ  ถ้าเขาเก่งและฉลาดก็ จะต้องว่ากันไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ เขาไม่มีอะไรเด่นเลยนอกจากหลงตัวมากๆและมี อัตตาสูง เขาคงเป็นฝรั่งพวกอนุรักษ์นิยมหัวโบราณ ที่มาจากสังคมเล็กๆ หรือเติบโตมาในเมืองเล็กๆแบบฝรั่งบ้านนอก จากในสังคมเงียบๆสงบๆทั่วๆไป งานไม่แข็ง อวดรู้ อวดเก่ง แล้วมาหลงตัวที่เมืองไทย ประมาณแบบชายฝรั่งเจอสาวไทยแถวนานา พัทยา หรือซอยคาวบอย ฝรั่งแก่ๆหัวล้าน หรือหน้าตาอัปลักษณ์ สาวๆจะบอกเธอรูปหล่อสารพัดจนหลงตัวแทบจะเหาะได้ พวกนี้ผมคงไม่ต้องบอกว่า เขาคิดยังไงกับสาวไทย  ทำไปทำมา ทำตัวเป็นสมภารไปกินไก่วัดกับลูกน้องชาวไทยในที่ทำงานเข้า ไก่วัดก็มีสามีและมีบุตรแล้ว ทำครอบครัวของไก่วัดเขาถึงกับพังทลาย ต้องแตกแยกกัน สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม
« Last Edit: Mar 28, 2019, 09:11:58 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,557


View Profile
« Reply #13 on: Apr 04, 2019, 22:23:33 »

เรียนจบราวอายุ 25 26 ใช้เวลาไป 1ใน3ของชีวิต เวลาที่เหลือ จะเอาไปแบกจ๊อบ ผ่อนบ้าน พอถึงเวลาแก่ตัว แล้วจะรอความตายหรือครับ ความมันของชีวิตมันอยู่ที่ตรวไหนครับ  มีวิชาน่าเรียนมากๆมาบอก เรียนไม่เสียตังค์ แต่ต้องมีศีล5จึงจะเรียนได้  เรียนทางไกลฝึกเองก็ได้ คนมีพื้นฐานจะเรียนทางไกลได้ บางคนพื้นฐานไม่แข็งฝึกแล้ว ต้องมาเรียน7วันที่อุบล ผมบอกมากก็ไม่ได้ มันเป็นปัจจัตตัง พวกคนรู้มากแล้วก็ขอให้คิดว่า เป็นเครื่องเล่นทางจิต เดินทางไกลๆ มีอะไรให้แวะชมระหว่างทาง ก็แวะเข้าไปชมเล่น อย่ายีดติดอย่าอยู่นานๆ แล้วก็เดินทางกันต่อไป เข้าไปที่เฟสบุ๊ค ชื่ออ.ปาล์ม เว๊บผลบุญ แฟนเพจ •ดูดีๆก็จะเจอว่าผมบอกให้ลองเรียนอะไรนะครับ
Logged
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

RSS | WAP
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums
| TinyPortal 1.0 beta 5-1 | Based on Outline Omega by DzinerStudio