* *

Pages: [1]
  Print  
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo
Author Topic: เรียนจบแล้วไปไหน 2  (Read 163 times)
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,546


View Profile
« on: Jan 26, 2019, 10:08:07 »

เอาของคนอื่นมาให้อ่านกันก่อนครับ แล้วค่อยมาดูว่าเด็กจากมหาลัยควีนส์ไปทำอะไรในระยะ6เดือนที่ผ่านมา เส้นทางนอกประเทศมันทำให้โตเร็วกว่า  การที่จะรอหางานในประเทศแคนาดา หรือไม่ ปริญญาตรีสาขาการศึกษาและใบอนุญาตประกอบอาชีพครูของประเทศแคนาดานั้นสามารถนำไปหางานใน 600โรงเรียน ใน 120 ประเทศ เราจะมาพิสูจน์กัน สาวคนนี้เป็นครู ตั้งต้นออกเดินทางจากโตรอนโต้    http://www.oneikathetraveller.com/how-i-afford-to-travel.html        http://www.oneikathetraveller.com/how-to-make-100k-a-year-teaching-overseas.html   
« Last Edit: Jan 26, 2019, 10:19:45 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,546


View Profile
« Reply #1 on: Feb 12, 2019, 23:07:35 »

6เดือนผ่านไปในการทำงานในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ในแผนกช่วยเหลือดูแลกลุ่มนักเรียน 7คน ที่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ต่างออกไปจากเด็กทั่วไปโดยจะแยกออกเป็น 2กลุ่มหลักๆคือ สาเหตุที่เรียนช้าหรือการรับรู้ มาจากด้านความเข้าใจในภาษา EAL หรือ ทางร่างกายการรับรู้ทางระบบของร่างกายที่เกี่ยวกับสมอง ลูกสาวจะทำงานอยู่กับครูในกลุ่มแรกแผนกนี้มี ครูด้านนี้อยู่2คน ส่วนที่ดูแลพฤติกรรมการเรียนรู้ช้าเพราะภาษา  บังเอิญไม่ได้ถามว่ามีครูESLกี่คนที่เกี่ยวข้องกับแผนกนี้นะครับ ระหว่างที่ทำงานก็ได้เรียนออนไลน์ในระดับประกาศนียบัตรกับมหาลัยควีนส์ Education 1ในหลักสูตรเกี่ยวกับเด็กที่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ผิดปกติ เริ่มเรียนเมื่อเดือนตุลาคม เรียนจบหลักสูตรนี้ไปเมื่อธันวาที่ผ่านมา กำลังจะเรียนหลักสูตร ESL กับมหาลัยควีนส์เช่นกัน และพยายามเรียนให้จบให้ได้ภายในปีนี้ ที่เรียนเพื่อจะทำความเข้าใจปัญหาการเรียนของเด็กที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษ สื่อให้เข้าใจว่าเด็กต่างชาติทั้งหลาย พยายามพูดอะไรหรือเขียนอะไร แต่ไม่สามารถสื่อออกมาหรือเขียนออกมาได้เต็มที่ ศักยภาพในการเรียนจึงลดลงไป  จะเรียนESLไม่ใช่ต้องการเรียนไปเพื่อไปสอนภาษา  แต่จะเรียนเพื่อวิเคราะห์ว่าเด็กบางคนที่เรียน มีปัญญาการเรียนที่ประสพความสำเร็จช้านั้นๆ มีสาเหตุเพราะด้อยทาง ภาษาหรือความสามารถการรับรู้ มาจากทางด้านสมอง จะได้แก้กันได้ถูกจุด ระหว่างช่วงเบรคสิบกว่าวันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาชวนน้องสาวคนเล็กไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติ จางเจียเจี้ย ต่อรถไฟธรรมดาราว14ชั่วโมงไปเที่ยว กุ้ยหลินและหยางชัว ไปสัมผัสเจอผีที่โรงแรมในหยางชัว มีฝรั่งที่มีระบบสัมผัสในการสื่อจิตวิญญานที่โตรอนโต้ เป็นแม่ของเพื่อนนักเรียนสอนเรื่องการระวังภัยพวกนี้ให้นิดๆหน่อยๆ
« Last Edit: Feb 12, 2019, 23:16:40 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,546


View Profile
« Reply #2 on: Feb 12, 2019, 23:46:36 »

พอหลังจากปีใหม่ราวกลางเดือนมกราคม ทางแผนกกับฝ่ายบริหารคงไม่ได้ติดต่อกันว่า มีความต้องการที่จะใช้ครูหรือครูผู้ช่วยในปีการศึกษาหน้า หรือเดือนสิงหาคมปีนี้ ตำแหน่งเดิมนี้เพื่งจะประการการจ้างเมือไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ครับ ตามหลักจะต้องรู้ตั้งแต่ต้นปีแล้วครับ ว่าใครจะอยู่ต่อ หรือ ใครจะลาออก เพื่อจะได้เตรียมเปิดสมัครรับคนใหม่เข้ามา สำหรับลูกของผมถึงมีตำแหน่งเดิมอีก เด็กเรียนรู้ทุกอย่าง มีความสามารถที่จะก้าวไปในตำแหน่งครูเต็มตัวแล้ว ก็คงไม่อยากที่จะอยู่กับที่และเงินเดือนในตำแหน่งผู้ช่วยเดิมอีกต่อไป ที่มาเมืองไทยได้เดือนละ2300เหรียญCDN มีบ้านพักอย่างดีให้ฟรี มีค่ารักษาพยาบาลอย่างดีให้ และตั๋วมาเมืองไทยและตั๋วกลับโตรอนโต้เมื่อครบสัญญาจ้างในแต่ละปี สิ่งที่เขามาได้คือมาได้ประสพการณ์ในการทำงานกับโรงเรียนที่มีชื่อเสียง และได้งานทันทีในเดือนที่เรียนจบ ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันในแคนาดา บางคนยังไม่ได้งาน หรือต้องไปรอเป็นครูฝึกหัด ได้ชั่วโมงทำงานไม่เต็มเวลา รายชื่อคงอยู่ด้านล่างของตระกร้าปนกับรายชื่อของครูจบใหม่ๆอีกหลายพันคนในออนทาริโอ และจะได้งานต่อเมื่อ บอร์ดของทางการศึกษาโทรมาให้ไปทำงานชั่วคราวหรือไปทำงานแทนครูประจำชั้นที่ลากิจ ลาคลอด หรือลาป่วย อย่างน้อยอีก2ถึง3ปี เพราะแคนาดามีระบบฝึกหัดของครูที่จบใหม่กว่าจะบรรจุเป็นครูเต็มตัว ลูกสาวจึงต้องลางาน4วัน ไปในงาน ตลาดงานจัดหาครูที่มาเปิดการจัดหางานใน กทม งานนี้จะมีพวกครูต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานในกลุ่มอาเซียนที่กำลังคิดจะงานงานใหม่ จะเดินทางมาร่วมในงานนี้ครับ ลูกสาวต้องไปเช่าโรงเเรม4คืนเพื่อไปร่วมงานนี้ ในระยะเวลา3วันยุ่งตั้งแต่เช้ายันเย็น ได้รับการสนใจและนัดเวลาสัมภาษณ์จากโรงเรียน 19 โรงเรียนจากทั่วโลกครับ งานที่ไปร่วม  https://www.searchassociates.com
« Last Edit: Feb 13, 2019, 09:38:48 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,546


View Profile
« Reply #3 on: Feb 13, 2019, 10:12:28 »

เด็กสาวคนหนึ่งที่ผมเคยเล่าว่า จบจากควีนส์ เป็นครู ด้านปฐมวัย มาฝึกงานที่โรงเรียนเดียวกับลูกสาวของผมที่เมืองไทย มาเริ่มงานเมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา เธอลางานมาในงานเปิดรับสมัครงานตำแหน่งครูนี้นี้ด้วยเช่นกัน ปีการศึกษาหน้าหรือเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เธอจะไปทำงานในตำแหน่งครูประจำชั้นประถม ที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งที่กรุง เวียนนา ส่วนลูกสาวของผม จะไปเอาดีในด้าน ตำแหน่งครูสายสนับสนุนการเรียนของเด็กที่มีพฤติกรรมทางการเรียนรู้ต่างจากเด็กทั่วๆไป ที่มีการสอนสนับสนุน ในโรงเรียนภาคปกติ ที่นักเรียนสามารถมาเรียนร่วมกับเด็กอื่นๆ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับโรงเรียนเอกชน เป็นของใหม่ สมัยก่อนๆเด็กที่มีอาการพฤติกรรมด้านเรียนรู้ที่ต่างจากเด็กทั่วๆไป จะต้องไปเรียนที่โรงเรียนเฉพาะทางโดยตรง ไม่สามารถมาเรียนร่วมชั่นกับเด็กทั่วๆไป ครูทำงานในตำแหน่งนี้ จึงเป็นของใหม่ในวงการศึกษาของระบบโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก จึงมีตำแหน่งครูน้อย โรงเรียนที่มาทำงานด้วยในเมืองไทย ยังมีครูสาขานี้แค่2ท่าน บางโรงเรียนยังไม่มีครูแบบนี้ หรือแผนกการสอนดังกล่าวนี้ในโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก แล้วมีผลไปกระทบถึงการย้ายงานของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ซีอีโอ นักการทูต องค์กรระหว่างประเทศที่มีการย้ายพนักงาน ผู้บริหาร ไปยังทั่วโลก แต่ละประเทศที่ย้ายคนกลุ่มดังกล่าวไปประจำตำแหน่ง จะต้องมีโรงเรียนอินเตอร์ให้ลูกของเขาเรียน บังเอิญในบางครอบครัวมีลูกหลายๆคน แต่คนหนึ่งเป็นเด็กพิเศษ เช่น ออทิสติก ไฮเปอร์ หรือมีพฤติกรรมทางการเรียน ซึ่งในอเมริกา หรือบางประเทศมีโรงเรียนสำหรับเด็กที่กล่าวถึง แต่ในประเทศอื่นๆอาจจะไม่โรงเรียนแบบนั้นครับ ทำให้คนที่โดนย้ายไปดำรง       ตำแหน่งในบางประเทศ ปฎิเสธการย้ายตำแหน่งได้ครับ
« Last Edit: Feb 13, 2019, 21:24:21 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,546


View Profile
« Reply #4 on: Feb 13, 2019, 22:37:10 »

จากการสัมภาษน์งานกับโรงเรียน19โรงเรียนจากทั่วโลกภายใน3วัน บรรยากาศและความกดดันผมคงแทบไม่ต้องอธิบาย มีโรงเรียนที่สนใจส่งข้อความมาขอนัดการสัมภาษน์รอบที่2 และหลังจากที่สัมภาษน์เสร็จเรียยร้อย มีการเสนอสัญญาว่าจ้างจากโรงเรียนทั้ง2แห่ง โรงเรียนแรกเป็นโรงเรียนประจำสตรี อยู่ที่เกาะเชจู เกาหลีใต้ เป็นโรงเรียนในเครือของโรงเรียนเอกชนพอมีชื่อจากโตรอนโต้ โรงเรียนชื่อ Branksome Hall โรงเรียนนี้กดดันเรื่องการให้เวลาตัดสินใจในตอบรับข้อเสนอแบบ ถ้าจะเอา จะต้องตอบรับภายใน24ชั่วโมง ค่าจ้างให้สูงมากๆ สูงกว่าแห่งที่2เกินเท่าตัว หลังจากลูกสาวตัดสินใจเอง พ่อและแม่ต้องนิ่งที่สุด ไม่ก้าวก่ายในการตัดสินใจใดๆ เพราะความเหนื่อยล้าและแรงกดดันที่เขาได้รับในช่วงนั้นสูงมากๆ ตามที่ลูกสาวตัดสินใจปฎิเสธการรับการว่าจ้างในตำแหน่งงาน จากเหตุผล โรงเรียนนี้ไม่มีแผนกช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมแตกต่างในการเรียนรู้จากเด็กทั่วไปมาก่อน อาจจะเห็นโรงเรียนอื่นๆเริ่มที่จะ อินเทรนกับการมีหรือเริ่มที่จะเปิดแผนกนี้ขึ้นมา หรือเห็นโรงเรียนอื่นๆมีแผนกนี้ ก็อยากมีแผนกนี้กับเขาบ้าง ลูกสาวของผมจะไปเป็นครูคนแรกและคนเดียวที่นั้น เด็กนักเรียนมีมากสำหรับครูคนเดียว และครูคนเดียวจะไปทำอะไรได้ไม่มากนัก คงเป็นระบบให้ดูแลและ สแกนเด็กที่มีพฤติกรรมด้านการเรียนรู้ ถ้าเด็กคนนั้นแก้ไขพฤติกรรมให้ไม่ได้ เช่นอาจจะมาจากครูมีน้อยกว่าจำนวนนักเรียนที่มีอาการพฤติกรรมด้านเรียนรู้ดังกล่าว ถ้าเขาให้สแกนเด็กเสร็จแล้ว    ถ้าทางโรงเรียนเกิด ใช้วิธีแบบโบราณ คือเชิญผู้ปกครองมาคุย แล้วบอกว่าเชิญลูกคุณไปเรียนทีโรงเรียนอื่นละ อนาคตเขาจะเหลืออะไร ถ้าเกิดไปหางานที่ใหม่ แล้วทางโรงเรียนที่จะว่าจ้างถามว่า ลองเล่าเรื่องของคุณให้เราฟังหน่อยสิ คุณมีหน้าที่อะไรที่โรงเรียนเก่า เพราะคำตอบคือ สแกนเด็กแล้ว เพื่อเชิญออกจากโรงเรียน ลูกสาวบอกว่า และอนาคตของฉันคงพังป่นปี้  ขนาดโรงเรียนที่เมืองไทยที่มาทำงานด้วยในปีนี้ ยังครูด้านนี้2ท่าน จ้างลูกของผมมาดูแลช่วยเหลือนักเรียนในด้านการเรียนแค่7คนครับ ลูกสาวของผมประกบเด็กนักเรียนของเขาเข้าไปเรียนร่วมชั้นกับเด็กๆทั่วไป เด็กมีอาการอีดอัดมาขอพบ บางครั้งลูกจะบอก หายใจเข้าและออกช้า ทำตัวสบายๆแล้วเราค่อยมาคุยกัน บางครั้งเด็กมีความเครียดสูง ลูกของผมต้องพาเดินรอบๆสนามบอลเดินแบบช้าก่อน ความเครียดลดลงแล้วค่อยคุยกัน แผนกนี้ไม่มีการวางแผนการสอนใดๆล่วงหน้าครับ เหตุการต่างแปรผันไปทุก5นาที  ทำงานตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ มันท้าทายความสามารถของครู  ถ้าคนไม่รักในส่ิงทำนี้จริงๆ ทำงานแผนกนี้ยากครับ และอีกอย่างหนึ่งคือต้นทุนการทำแผนกเรียน แผนกนี้สูงมากครับ โรงเรียนที่จะทำแผนกนี้ขึ้นมา ถ้าไม่ใช่โรงเรียนขององค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก็จะต้องเป็นโรงเรียนที่ต้องกล้าและใช้ทุนแต่กำไรน้อยนะครับ มันคือกึ่งๆของการ คืนกำไรให้กับสังคมนะคร
Logged
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

RSS | WAP
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums
| TinyPortal 1.0 beta 5-1 | Based on Outline Omega by DzinerStudio