* *

Pages: [1]
  Print  
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo
Author Topic: ขออนุญาตสอบถาม รร ม.ปลายในแคนาดาค่ะ  (Read 396 times)
Saowanit Burarattanawong
Newbie
นักเดินทาง
*
Posts: 2


View Profile
« on: Jul 23, 2018, 14:23:05 »

ตอนนี้ลูกสาวเรียน ม.3 อยากจะไปเรียนต่อ ม.ปลาย ที่แคนาดาค่ะ
ขอคำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะคะ ว่าต้องเริ่มยังไง แบบไหน แนะนำ รร ที่เหมาะสำหรับเด็กที่สามารถมใช้ภาษาอังกฤษพื้นฐานด้วยก็จะดีมากค่ะ ต้องการทราบค่าใช้จ่ายของ รร และรูปแบบการอยู่หอพักหรือโฮมสเตย์
 ผลการเรียน ม.ต้น ที่เมืองไทยอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ
Logged
pan
Full Member
นักศึกษา
***
Posts: 132



View Profile
« Reply #1 on: Jul 23, 2018, 15:15:16 »

ก่อนอื่นนะคะ
ต้องเลือกว่า
1. อยากเรียนโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนของรัฐบาล
2. เลือกเมืองที่ชอบ และภูมิอากาศที่เหมาะสมกับความชอบ
3. เลือกเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์ในระบบการศึกษาในแคนาดา
สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าเชื่อเอเจนซี่ทั้งหมด
ควรศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเองประกอบการตัดสินใจด้วยคะ
Logged
Saowanit Burarattanawong
Newbie
นักเดินทาง
*
Posts: 2


View Profile
« Reply #2 on: Jul 23, 2018, 19:55:34 »

ขอบคุณสำหรับคำแนะมากนะคะ
Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #3 on: Jul 23, 2018, 20:09:09 »

ถ้าเป็นความเห็นในมุมมองของผม มี2อย่างให้เลือกคือ 1.ผมจะให้เรียนโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทยครับ เรียนจนจบแล้วค่อยมาเรียนต่างประเทศในระดับปริญญา 2.หรือเรียนนานาชาติที่เมืองไทยสัก1ปี เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็ก ให้มีความเคยชินกับระบบการเรียน สังคม และปรับพื้นฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะไปเรียนแคนาดา การเตรียมความพร้อมทางภาษา ครูฝรั่งในเมืองไทยมีประสพการณ์การสอน และรับมือกับเด็กต่างชาติหรือเด็กไทยได้มากกว่าครูฝรั่งในต่างประเทศ  ยิ่งกรณีที่ไปเรียนในโรงเรียนทั่วไป โดยเฉพาะในเขตที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่น้อยและในเขตที่นักเรียนต่างชาติไปเรียนน้อยนะครับ พูดแบบง่ายๆคือ โรงเรียนนานาขาติในเมืองไทยเปิดมาหากินกับคนไทยโดยเฉพาะ จึงจับทางเด็กๆไทยได้ถูกจุดกว่าครับ ถ้าถ้าคิดอยากจะไปเรียนแคนาดาจริงๆก็สามารถไปเรียนได้ในปีถัดไปนะครับ การจะเลือกโรงเรียนในเมืองไทยมันขึ้นอยู่กับบ้านของนักเรียนว่าอยู่ในจังหวัดใด ถ้าอยู่ กทม อยู่มุมไหน และในย่านนั้นมีโรงเรียนใดบ้าง โรงเรียนที่ดีที่สุด คือเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร โรงเรียนนานาชาติแบบนี้มีอยู่ทั่วโลกนะครับ ในประเทศไทยนั้นมีโรงเรียนแบบนี้3โรงเรียนคือ NIST, ISB และ BANGKOK PATANA แต่ทางโรงเรียนจำกัดโควต้าเด็กไทย เข้ายาก ถึงมีเงินจ่าย แต่มีเงินก็เข้าไปเรียนไม่ได้ง่ายๆครับ ถ้าการสมัครอยู่ในช่วงจังหวะไม่ดี คือในปีที่ไปสมัครโค้วต้านักเรียนไทยน้อย คือเด็กไทยนักเรียนเก่าลาออกหรือเรียนจบออกไปน้อยคน ปีนั้นก็รับเด็กไทยที่เป็นเด็กใหม่ได้น้อยคนเช่นกัน ที่เรียนต้องรอคิวหลายๆชาติ ประมาณชาติหน้า ก็ยังเข้าไปเรียนไม่ได้ครับ จึงมีหลายๆกลุ่มที่เปิดธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ เพื่อมารองรับเด็กที่ผิดหวังในการเข้าเรียนจากโรงเรียนกลุ่มนี้ โรงเรียนตัวรองลงมาที่ดีก็มีหลายแห่งมีเกรดดีและเลว มีหลายราคาครับ ต้องหาข้อมูลดีๆครับ มีโรงเรียนคุณภาพดีและราคาค่าเล่าเรียน ไม่แพงอยู่ที่บางนา กิโลเมตรที่3กว่าๆ แต่เดียวนี้ก็เข้ายากเหมือนกัน เด็กๆจากโรงเรียนนี้เข้ามหาลัยดีๆดังๆในโลกได้เช่นกัน ในย่านใกล้เคียง ยังมีอีกโรงเรียนหนึ่งเป็นนานาชาติของกลุ่มชาวใต้หวันที่มาทำธุรกิจที่เมืองไทย สอนอังกฤษและจีน โรงเรียนนี้ก็ดีเช่นกันครับ ผมขอยกตัวอย่าง จากความเห็นของผม ที่ผมไปอ่านเจอ เจอบ่อยในpantipด้วยครับ กลุ่มหนึ่งชอบออกความเห็น ค่าเล่าเรียนแพงไปเรียนต่างประเทศดีกว่า เขียนออกมาแต่ไม่เคยศึกษาข้อมูลว่าที่แพงเพราะโรงเรียนเขานั้น ดีกว่าโรงเรียนในต่างประเทศแบบทั่วๆไป บางคนเขียนแบบรู้เรื่องโรงเรียน ลูกเจ้านายฉันเรียนที่นี่ ที่นั่น สรุปลูกของเจ้านายเรียน ไม่ใช่ลูกของคนเขียนนะครับ
« Last Edit: Jul 26, 2018, 03:23:46 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #4 on: Jul 23, 2018, 20:26:20 »

มีคนที่รู้จัก ที่เขาไม่เคยทราบเรื่องราวของระบบการศึกษาแบบนี้ ว่ามันมีโรงเรียนที่มีหลักสูตรการสอนการพัฒนาคนแบบนี้ประเทศไทย เขาเพิ่งเริ่มทราบว่าในประเทศไทยนั้น ยังมีระบบการศึกษาที่อยู่ตรงกันข้ามกับระบบการศึกษาไทย เขาส่งข้อความที่เขาอ่านเจอในเฟสบุ๊คของคนอื่นมาให้ผมอ่านครับ คือคนที่เขียนคงเป็นคนในแวดวงการศึกษาไทยที่เข้าไปดูงานที่โรงเรียนแห่งนี้มา แล้วสิ่งที่เห็นมาเขาเห็นมุมที่ศักยภาพของการศึกษาที่พัฒนาไปแล้วอย่างไกลและพัฒนาตัวเองตลอดเวลาแบบไม่ยอมหยุดกับที่ครับ สิ่งที่เขาเขียนนั้นถูกต้องในมุมมองของคนเขียน ที่คนเขียนเขียนไม่หมดคือ เรื่องนอกจากค่าเล่าเรียนแล้วนั้น ยังมีค่าบำรุงประจำปีและค่ารถรับส่งนักเรียน แค่ค่ารถรับส่งเรียนนั้น คิดตามระยะทาง ในสังคมไทยคนทั่วๆไป รู้ราคาไปคงช๊อคครับ ถ้านั่งTaxi ไปเรียน ค่าแท๊กซี่ยังถูกกว่าเป็นครึ่งครับ ประมาณว่าค่ารถรับส่งนักเรียนนั้น น่าจะแพงกว่าค่าเล่าเรียนของมหาลัยเอกชนในประเทศไทยหลายๆแห่งครับ ยิ่งอยู่ไกลจากโรงเรียนก็แพงมากขึ้นไปอีกหลายครับ โรงเรียนหลักๆตัวบนๆหลายๆโรงเรียนจะใช้ผู้รับเหมารับส่งนักเรียนรายเดียวกันครับ TRANSPORTATION FEE
The Transportation (Air-conditioned, Adult monitored & Two-way only) fees for the 2018/19 School Year are:

Distance from  Per Annum      Per Semester   
1 to 5 kilometers   83,200      41,600   
6 to 15   87,200      43,600   
16 to 25   99,800      49,900   
26 to 35   110,800      55,400   
36 to 45   121,600      60,800   
46 to 55   133,200      66,600   

ก่อนที่คนอ่านจะเข้าใจผิดต้องขออธิบายเพิ่มเติมครับ รถของเขาจำกัดความเร็ว ตรวจแอลกอฮอลคนขับรถทุกๆวัน มีประกันชีวิตให้กับผู้โดยสาร มีระบบวิทยุประสานงานจากศูนย์ตลอดเวลา ในกรณีเด็กเล็ก ถ้าการจราจรติดขัดทำให้มาส่งเด็กถึงบ้านช้า พนักงานหญิงที่มากับคนขับของบริษัทรับส่งเด็กนักเรียนจะโทรมาบอกแจ้งกับผู้ปกครองว่าไม่ต้องห่วง จะมาถึงบ้านล่าช้าประมาณเท่าไร รถนั่งกันสบายไม่กี่คน5-6ในบางเส้นทาง กรณีที่รับเด็กหลายๆบ้านแล้วทำให้ไปถึงโรงเรียนช้า ทางบริษัทจะเพิ่มรถทันที่แล้วแยกเด็กๆจากบ้านที่จะต้องไปรับในช่วงท้ายๆ ที่ทำให้ไปถึงโรงเรียนสายออกไปนั่งที่รถคันใหม่ที่เพิ่ม กรณีที่บ้านนักเรียนอยู่ในเขตที่ไม่มีนักเรียนที่เป็นผู้โดยสารรายอื่น แค่นักเรียนคนเดียวในเส้นทางนั้น บริษัทรับเหมารับและส่งนักเรียนก็จะต้องมารับและมาส่งนักเรียนคนนั้น รถตู้ทั่งคันรับส่งเด็กคนเดียว บริษัทก็จะต้องให้บริการครับ ทางบริษัทจะไปได้กำไรชดเชยจากกลุ่มใหญ่ๆที่พักในย่านเดียวกัน เช่นเด็กนักเรียนที่พักในเมืองเช่นย่านสุขุมวิท ก็จะใช้รถบัสรับส่งในเส้นทางดังกล่าวครับ
« Last Edit: Jul 26, 2018, 23:36:30 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #5 on: Jul 23, 2018, 20:29:39 »

นี่คือบทความที่เพื่อนส่งมาให้ผมอ่านครับ   เมื่อวาน เราไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่แพงที่สุดในประเทศไทย นั่นคือ International school Bangkok หรือ ISB อยู่แถวแจ้งวัฒนะ ตื่นตาตื่นใจหลายอย่างมาก เลยอยากมาเล่าให้ฟัง

[ที่ตั้ง]
เราตะลึงตั้งแต่สภาพแวดล้อมของโรงเรียน เพราะมันอยู่กลางหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ที่ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็น expat ถึงขั้นเรียกตัวเองว่า expat town ตัวชุมชนสะอาด มีระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยสูงมาก

รร.ก็เป็นภาพสะท้อนของชุมชนนี้เลย เด็กส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ ลูกทูต ลูกผู้บริหารองค์กรใหญ่ มีเด็กไทยประมาณ 20% ความปลอดภัยสูง ต้องแลกบัตรก่อนเข้า และคุณครูปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กมาก  ผู้เยี่ยมชมห้ามถ่ายรูปนักเรียนติดหน้าเด็ดขาด และห้ามส่งเสียงรบกวนระหว่างทางเดินและเมื่อเข้าไปในห้องเด็ดขาด

[สังเกตการณ์ห้องเรียน]
ห้องเรียน World studies grade 9 ครูให้เด็กดูภาพ cartoon เสียดสีการเมือง แบ่งกลุ่มแล้วตีความและวิเคราะห์ว่าคิดว่ามันหมายความว่าอย่างไร เห็นเด็กๆ พยายามแสดงความคิดเห็นกันแบบไม่เคอะเขินแม้จะมีคนมา observe เหมือนว่าทำแบบนี้กันตลอด เสร็จแล้วก็มีวิเคราะห์ ตีความต่อกันในห้องใหญ่ ความคิดอ่านไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กม.ปลาย

ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ Grade 7 เด็กๆ เล่าโปรเจกต์ที่เขาทำเรื่องแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกได้อย่างไร กลุ่มที่เราฟัง เด็กๆ ทดลองแก้ปัญหา toxic waste และ ปุ๋ยเคมีโดยการทำปุ๋ยหมัก และทดลองปลูกผักว่าจะโตได้ดีที่สุดในดินที่ใช้ปุ๋ยแบบไหน ซึ่งเด็กๆ ออกแบบการทดลองกันเอง แล้วถ่ายวิดิโอ ทำ PowerPoint นำเสนอได้แบบโปรมากๆ

ห้องเรียนการอ่าน Grade 5 เด็กๆ นอนกลิ้งเกลือกอ่านนิยายอยู่ตามพื้น ครูมาอธิบายว่า กำลังให้อ่านนิยายประวัติศาสตร์โดยให้เด็กเลือกเองและจับคู่กันเองแล้ววิเคราะห์ว่า ส่วนไหนที่เป็น fact ส่วนไหนเป็น fiction และวิเคราะห์องค์ประกอบอื่นๆของเรื่องราว เด็กๆ ตั้งใจอ่านกันมาก เราอึ้งเลย นี่เด็กป.5 เองนะ

[แนวทางจัดการเรียน]
กลับมาที่ห้องประชุมใหญ่ Dr.Elizabeth Rossini มาอธิบายแนวคิดการออกแบบหลักสูตรของรร. ซึ่งเกิดจากดู trend โลก แล้วมาวางแผนวิเคราะห์ว่า เราจะสร้างเด็กแบบไหน การเรียนรู้ที่เกิดในรร. หน้าตาเป็นอย่างไร และวัฒนธรรมที่จะส่งเสริมการเรียนรู้คืออะไร

สิ่งที่เขาสรุปคือ ต้องสร้างเด็กที่ใช้ชีวิตในโลกที่กำลังปั่นป่วน เลิกสร้างเด็กเพื่ออาชีพ แต่สร้างนักคิดนักประดิษฐ์ที่จะสร้างนวัตกรรมได้ ที่เราประทับใจคือ เขามี role model ของเด็กที่อยากสร้างที่ทะเยอทะยานมาก เช่น เด็กอายุ 15 ที่คิดค้นวิธีตรวจมะเร็งตับในราคาถูกได้

เพื่อสร้างเด็กแบบนี้ รร.ทุ่มเวลา 2 ปีเต็มกับการทำวิจัยค้นคว้าว่า character เด็กที่ต้องการสร้างคืออะไร ได้ออกมา 6 ด้าน จากการศึกษา paper ต่างๆ และสัมภาษณ์ครู นักเรียน พ่อแม่ etc.

ต่อมา เขาก็มาคิดร่วมกันว่า เพื่อสร้าง character เหล่านี้ การเรียนรู้ที่เกิดในห้องเรียนจะหน้าตาเป็นอย่างไร ได้ความว่าต้องเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับโลกจริง เน้นให้เด็กได้สื่อสาร ทำงานเป็นทีม etc. ซึ่ง สรุปแล้ว ต้องเป็นการเรียนรู้ที่เด็กจะได้ใช้ creative thinking และ critical thinking อย่างมาก

หลังจากนั้น เขายกตัวอย่างโจทย์ที่เด็กต้องทำในแต่ละระดับชั้น และในแต่ละวิชา ซึ่งต้องใช้ critical thinking และ creative thinking ตลอดเวลา ที่เราประทับใจคือแม้แต่วิชาพละศึกษา เด็กยังต้องวิเคราะห์ว่า ตอนเล่นกีฬาเป็นทีม ควรจะ position ตัวเองในจุดไหน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทีมที่สุด

สุดท้าย คือวัฒนธรรมแบบไหนที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบนี้ เขาตอบมาชัดเจนมาก ว่า Care หรือการเอาใจใส่กันและกัน มันทำให้เด็กรู้สึก secure และกล้าที่จะเสี่ยงลองทำสิ่งต่างๆ กล้าที่จะล้มเหลวต่อหน้าเพื่อนๆและครู เมื่อกล้าล้มเหลวก็เกิดการเรียนรู้มากขึ้น เราสังเกตเห็นได้ว่าในทุกอณูของรร. ทุกการกระทำของครูอาจารย์ เขาใส่ใจเด็กนักเรียนจริงๆ มีระบบต่างๆที่จะ support นักเรียน เช่น ที่ปรึกษา ครูผู้ช่วยเด็กพิเศษ etc.

[Facilities]
หลังจากนั้น ก็มีอาจารย์ที่อยู่ในกลุ่มบริหารพาไปเดินดู facility ต่างๆ ใน รร. ถึงจุดนี้คือ กรี๊ดในใจหนักมาก ทั้งสนามกีฬา กว้างใหญ่ไพศาล สระว่ายน้ำมาตรฐาน โรงยิมยังกะถอดมาจากหนังอเมริกัน อุปกรณ์กีฬาพร้อม  ห้องสมุด 2 ห้อง แยกประถม มัธยม พร้อมหนังสือที่เหมาะกับระดับอายุ สุดโมเดิร์นเพราะเป็น media center มี VR ด้วย

แวะดูห้องเรียนอนุบาล OMG! คือมันดี น่ารัก สะอาด พร้อมมาก ได้ยินว่าเพิ่งปรับปรุงหลังคาใหม่เพื่อให้ความสว่างด้วยแสงธรรมชาติ (อะไรจะขนาดนั้น!) ทุกอย่าง well-design เพื่อความปลอดภัยของเด็ก

กลับออกมาข้างนอก อาจารย์ชี้ให้ดู อาคาร cultural center ที่มีโรงละครสามร้อยที่นั่ง ห้องซ้อมดนตรี ห้องซ้อมเต้น etc. แล้วพาไปดูห้อง Maker Space อันนี้คือ ว้าวสุด มี laser cutter มีอุปกรณ์ช่างต่างๆ เผื่อเด็กอย่างทำ prototype สิ่งที่เขาออกแบบ มี station สำหรับทำ computer modeling มีอุปกรณ์งานโลหะ โอ้ยยยย มันเยอะไปหมด คือ พร้อมมากๆๆๆๆ facilities รร.มัธยมที่น่าจะดีที่สุด advanced ที่สุดในประเทศไทยล่ะ

[ครู]
เราเลยคุยกับอาจารย์ผู้นำทัวร์ ได้ความว่า รร.นี้ fully funded โดยค่าเทอมเด็ก ไม่แพงมาก แค่ 8 แสนกว่าๆต่อปีเท่านั้นเอง 555 (ปาดเหงื่อเลย) ประกอบกับรร. เปิดมานานแล้ว manage การเงินดี เลยทำให้มีเงินมาจัดการ facility ต่างๆ แต่ จริงๆแล้ว เรื่องอุปกรณ์เนี่ยเรื่องจิ๊บๆ รายจ่าย 90% ของเขาหมดไปกับเงินเดือนครู! เพราะครูเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุด เงินเดือนครูที่นี่น่าจะสูงที่สุดใน SE Asia และ package กระชากใจมาก เช่นมีงบส่วนตัวให้ไปพัฒนาตัวเองคนละ 180,000 บาทต่อปี จึงดึงดูดครูที่เก่งมากๆ จากยุโรปและอเมริกาได้

พอถามว่า ฟังแล้ว รร.คุณดู perfect มากเลย มีปัญหา มีความท้าทายอะไรบ้างมั้ย เขาบอกว่า ถ้าเราได้คนเก่งๆ มาทำงานด้วย ปัญหาไหนๆ ก็จัดการได้ เช่น การเงิน เขาก็ได้ CFO ที่เก่งมากมาวางแผนการเงิน ได้ผู้เชี่ยวชาญด้าน brain-based learning มาช่วยออกแบบการเรียนรู้ etc.

[สรุป]
เอิ่มมมมม อึ้งจริงๆ อึ้งแรกคือไม่อยากเชื่อว่ามีรร.ระดับนี้อยู่ในเมืองไทย บรรยากาศมันไม่เหมือนเมืองไทยเลย เหมือนเอารร.อเมริกันมาโยนทิ้งไว้กลางปากเกร็ด
วัฒนธรรมข้างในต่างจากรร.ไทยโดยสิ้นเชิง

อึ้งที่สองคือ performance ของเด็ก ทั้งได้ที่ทำกิจกรรมมากมาย คะแนน PISA ของเด็กที่นี่สูงกว่ากลุ่มมหิดลวิทย์และจุฬาภรณ์ 

อึ้งที่สาม คือความสามารถของครูและเจ้าหน้าที่ที่นี่ ดูการเรียนการสอนแล้ว ออกแบบชั้นเรียนได้ยอดเยี่ยมมาก

อึ้งสุดท้ายคือค่าเทอม ลูกเราไม่ได้เข้ารร. นี้แน่นอน 555 นี่คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ขึ้นกับตัวเงินของแท้เลย ใครมีโอกาสได้ไปก็ยินดีด้วย ส่วนคนอย่างเราก็ต้องพยายามปฏิรูปกันต่อไปค่ะ เผื่อว่า สักวันนึง เราจะมีรร. รัฐหลายๆ โรง (ที่ไม่ใช่แค่รร.มหิดลฯ) ที่ทำได้สักครึ่งหนึ่งของที่นี่ให้ลูกหลานคนตาดำๆ อย่างเราได้เข้ากันนะคะ (สาธุ!!!)
Logged
charoen
Full Member
นักศึกษา
***
Posts: 207


View Profile
« Reply #6 on: Jul 25, 2018, 11:49:11 »

คล้าย ๆ กับคำแนะนำก่อน ๆ ครับ แต่อยากเสริมว่า สิ่งที่ควรคิดก่อนจะส่งลูกสาวมาเรียนต่างประเทศ (ไม่ว่าจะที่แคนาดาหรือที่ไหน ๆ)

ได้ตั้งเป้าหมาย อนาคตลูกสาวว่าอยากเห็นเขาเป็นอย่างไร (หรือตัวเขามองเห็นตัวเองว่าเป็นอย่างไร) ยาว ๆ หน่อยครับ ยาวกว่าไปเรียนมัธยมที่ไหน หมายหลังจบมัธยมปลาย จะเรียนปริญญาตรีสาขาอะไร ที่ไหน (เมืองไหน ประเทศไหน) จบแล้วทำงานที่ไหน (เมืองไหน ประเทศไหน) ถ้ามีเป้าหมายสุดท้าย ที่ไกล ๆ หน่อย คำแนะนำ บางคำด้านบน อาจต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการ ของคุณครับ

รวมถึงตัวเลขงบประมาณตามความตั้งใจที่ตั้งไว้ อาจต้องปรับทั้งสองส่วนนี้ให้เข้าหากันครับ

เมื่อ 6 ปีก่อน ผมก็ส่งลูกสาวและลูกชาย ไปเรียนที่แคนาดา 2 คน มีหลายเรื่องต้องคิดครับ
Logged
charoen
Full Member
นักศึกษา
***
Posts: 207


View Profile
« Reply #7 on: Jul 25, 2018, 12:05:00 »

ผมรู้จักหลายคน ที่ส่งลูก ๆ หลาน ๆ มาเรียนที่แคนาดา มีหลายสถานการณ์ (ผมไม่ได้ทำงานเป็น agency ครับ คำแนะนำไม่มีประโยชน์แอบแฝง) บางคนมาด้วยความพร้อมมาก ๆ ครอบครัวมีเงินเป็นพันเป็นหมื่นล้าน แต่บางครอบครัวมีความพร้อมน้อยกว่า ส่งเรียนมัธยมได้สักพักก็ต้องกลับ

จำนวนมากมาแบบมีความเข้าใจในระบบการศึกษาของแคนาดาแบบจำกัด และอาจไม่ได้วางแผนอนาคตระยะยาวไว้

อนาคตระยะยาว ไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนไม่ได้นะครับ แต่การคิดหรือทราบล่วงหน้า จะมีประโยชน์ต่อการวางอนาคต โดยเฉพาะการวางแผนด้านการเงิน ของตัวเอง (พ่อแม่) ในระยะยาว
Logged
charoen
Full Member
นักศึกษา
***
Posts: 207


View Profile
« Reply #8 on: Jul 25, 2018, 12:16:34 »

เมื่อ 7-8 ปีก่อน ผมเริ่มหา ที่เรียนระดับมัธยมให้ลูก 2 คน (ตอนนี้กำลังจะจบ ป.ตรี ในแคนาดา)

ตอนแรกก็ตั้งใจให้ไปอยู่กับบ้าน host ที่ Nova Scotia (สุดท้ายเปลี่่ยนใจ)
เพราะดูปัจจัยหลายอย่าง ว่าค่าใช้จ่ายค่อนข้างคุ้มค่า
ค่าเทอมสมัยนั้น ปีละประมาณ C$8,000 ค่า host เดือนละ 600 ขณะนั้นนะครับ
ช่วงหลังเห็นไม่ค่อยเปิดเผยตัวเลขบนเว็บ

ส่วนตัวยังคิดว่า ด้าน Atlantic Canada เป็นพื้นที่ที่ดีครับ ค่าใช้จ่ายถูกกว่า ฺBC และ Ontario
Logged
charoen
Full Member
นักศึกษา
***
Posts: 207


View Profile
« Reply #9 on: Jul 25, 2018, 12:20:05 »

เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อนคนนึง ก็ส่งลูกสาวไปสหรัฐ 1 ปี เรียน grade 10 แล้วมาแคนาดา 2 ปี grade 11 & 12
ปีนี้ก็กำลังจะเข้า ป.ตรี ปี 1 ที่มหาวิทยาลัยแห่งนึงในแคนาดา

เป็นลูกสาว ก็มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา (ลูกชายก็ต้องพิจารณา แต่บางอย่างอาจต่างไปบ้าง)
Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #10 on: Jul 25, 2018, 22:41:49 »

เมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวน้อยๆหรือมีแหล่งท้องเที่ยวระดับคนท้องถิ่นเที่ยวกัน ไม่ใช่นครแบบคนทั้งโลกแห่มาท่องเที่ยว ไม่มีอุตสาหกรรมใหญ่ จะน่าอยู่และน่าไปเรียนครับ สงบนิ่งเหมาะสำหรับการเรียน ถ้าเวลาอยากจะเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ครับ อย่างเมืองหลักเช่นเเวนคูเวอร์ ค่าเช่าบ้านแพง เอาแบบอยู่คนเดียวนะครับ ค่าเช่าห้องในบ้านพักที่จ่ายไปสำหรับที่พักดีๆที่แพงๆนั่น สามารถเอาไปเช่าห้องพักดีๆในเมืองที่สงบๆและยังเหลือเงินเป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายของใช้ส่วนตัวของจุกจิกได้ทั้งเดือน หมายถึงการทำอาหารเองนะครับ ลูกของผม2คนอยากไปอยู่ที่แวนคูเวอร์ ไปหางานทำหลังจากที่เรียนจบ คืออยากชมอยากท่องเที่ยวทางธรรมชาติในBC เลยหาข้อมูลแบบเป็นทางการของรัฐ ได้ผลออกมาคือถ้าจะไปอยู่ที่นั่นแบบสบายนิดๆ อยู่แบบคนที่จะพอจะลืมตาอ้าปากได้ แบบได้กิน ได้ใช้ ได้เที่ยว จะต้องมีรายได้อย่างต่ำปี7หมื่นเหรียญจึงพอจะอยู่ที่นั่นได้แบบ พอที่จะเป็นผู้เป็นคนกับเขาหน่อย ซึ่งเด็กในแคนาดาทั่วๆไป ที่เพิ่งจะเรียนจบจากมหาลัยใหม่ๆแล้วเดินเข้าสู่ตลาดแรงงานจะทำเงินเดือนเริ่มต้นแบบนั้นยากครับ ต้องใช้เวลาในการปรับฐานเงินเดือนขึ้นมาครับ เลยต้องพับแผนนี้ไว้ก่อนครับ ขืนไปในช่วงนี้จะเหนื่อยมากครับ แบบที่เรียกว่า ค่าแรงต่ำ แต่ค่าครองชีพสูงกว่าค่าแรงครับส่วนสำหรับนักเรียนที่จะมาเรียนมัธยมทั่วไปการพักที่บ้านโฮสขณะที่มาเรียนในแคนาดา ราคาค่าที่พักและอาหาร คงตกราว850บวก100 หรือลบ50เหรียญต่อเดือนรวมอาหารแบบง่ายๆ คุณภาพอาหารขึ้นอยู่กับโฮสคือถ้าไปได้โฮสที่หากินเป็นอาชีพ ที่บ้านรับนักเรียนมาอยู่มากๆ เป็นการหากำไรในรูปธุรกิจกับโฮสที่เป็นครอบครัวที่มีลูกวัยรุ่นอยากเปิดบ้านรับนักเรียนต่างชาติก็ อาจจะต่างกันครับ ราคานี้เป็นราคาที่เฉลี่ยสำหรับทั่วประเทศแคนาดาครับ
« Last Edit: Jul 27, 2018, 17:42:10 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #11 on: Jul 26, 2018, 11:28:43 »

ผมจะให้ข้อคิดแบบตลกๆนะครับ จะว่าตลกก็ไม่เชิง เพราะมันคือเรื่องจริง ซึ่งตัวผมเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนและไม่กล้าที่จะคิดถึงเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำนะครับ ผมเพิ่งมาจับทางเรื่องนี้ได้ราวปีกว่าๆครับ  คือการเลือกมหาลัยที่จะเรียน การเลือกคณะที่จะเรียน ผมให้เสรีภาพในการเลือกเส้นทางชีวิตที่อยากจะเป็นชีวิตแบบที่อยากจะใช้ให้กับลูกๆ บังเอิญสังคมโรงเรียนมัธยมที่เมืองไทยเกี่ยวกับด้านเรียนต่อต่างประเทศนั้นมีข้อมูลแบบแข็งแรงมากๆ มีอาจารย์แนะแนวทางที่มีความสัมพันธ์ร่วมมือกับมหาลัยหลักๆหลายๆแห่งมาอย่างยาวนานกับในต่างประเทศแบบรู้จักกันส่วนตัว และมหาลัยในต่างประเทศต่างๆที่เดินสายมาแนะนำตัวเองในย่านเอเซีย จะแวะมาที่โรงเรียนเพื่อแนะนำตัวและให้ข้อมูลแบบบริการถึงที่ระหว่างมหาลัยกับนักเรียนถึงที่โรงเรียน ก่อนที่มหาลัยของต่างประเทศจะไปออกบู๊ทออกงาน แนะแนวทางการศึกษาต่อในต่างประเทศในโรงแรมหรือศูนย์การค้าใน กทม คือเราไม่เคยไปยุ่งหรือจำเป็นที่อาศัยบริการจากพวกเอเยนส์ซี่ที่ส่งนักเรียนไปต่างประเทศ ผมมันแค่ คนธรรมดาๆคนหนึ่ง แค่ลูกๆเลือกมหาลัยที่เขาชอบที่จะไปเรียน แล้วเรียนแบบมีความสุขในเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่เขาพอใจ แค่นี้ถือว่าพอแล้วครับ แต่ผมมีความเชื่อในฐานะที่เป็นชาวพุทธ คนเราอยู่ดีๆต้องเดินไปสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่แสนไกลจากบ้าน คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทำไมต้องเป็นเมืองนั้นและที่มหาลัยนั้นๆ การเดินทางไปเพราะสัญญาเก่าหรือไม่ การเดินทางไปเพราะต้องไปเจอเจ้ากรรมดีและเจ้ากรรมไม่ดี จะต้องไปพบมิตรพบคนที่รู้จักในอดีตหรือไม่ เรื่องตลกๆคือแต่มีหลายครอบครัวมีทั้งคนไทยและไม่ใช่คนไทย ผมหมายถึงผู้ปกครองนะครับ พวกนี้จะคิดข้ามช๊อตไปไกลมากๆ ประมาณว่าจะต้องเลือกมหาลัยที่มีชื่อเสียง ที่มีนักเรียนที่เป็นลูกชนชั้นกลางลูกอีลิทในประเทศหรือนักศึกษาที่เป็นเด็กลูกนายทุนต่างชาติมาจากทั่วโลก เผื่อจะได้เจอหนุ่มสาวลูกนายทุนด้วยกัน พวกนี้จะไม่มองมหาลัยในเมืองเล็กๆที่มีเด็กท้องถิ่นทั่วไป พวกนี้กลัวจะได้ลูกเขยหรือลูกสะใภ้แบบลูกชาวบ้านนะครับ นานาจิตตัง ครับ คนเหมือนกันแต่มันคนไม่ค่อยจะทั่วเท่านั้นนะครับ
« Last Edit: Jul 26, 2018, 11:50:58 by thainiyom » Logged
Resolution Immigration Services
Newbie
นักเดินทาง
*
Posts: 8



resolutioncanada
View Profile WWW
« Reply #12 on: Sep 05, 2018, 05:13:44 »

ผมรู้จักหลายคน ที่ส่งลูก ๆ หลาน ๆ มาเรียนที่แคนาดา มีหลายสถานการณ์ (ผมไม่ได้ทำงานเป็น agency ครับ คำแนะนำไม่มีประโยชน์แอบแฝง) บางคนมาด้วยความพร้อมมาก ๆ ครอบครัวมีเงินเป็นพันเป็นหมื่นล้าน แต่บางครอบครัวมีความพร้อมน้อยกว่า ส่งเรียนมัธยมได้สักพักก็ต้องกลับ

จำนวนมากมาแบบมีความเข้าใจในระบบการศึกษาของแคนาดาแบบจำกัด และอาจไม่ได้วางแผนอนาคตระยะยาวไว้

อนาคตระยะยาว ไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนไม่ได้นะครับ แต่การคิดหรือทราบล่วงหน้า จะมีประโยชน์ต่อการวางอนาคต โดยเฉพาะการวางแผนด้านการเงิน ของตัวเอง (พ่อแม่) ในระยะยาว


อันนี้ผมเห็นด้วยเลยครับ

สำหรับการวางแผนการศึกษาตั้งแต่มัธยมนี้ต้องวางแผนกันระยะยาวจริงๆ โดยเฉพาะแผนของพ่อแม่ด้วย ผมก็เห็นหลายคนที่ผมรู้จักก็พับเสื่อกลับบ้านเมื่อสถานการ์ณเปลี่ยน บางคนไม่ได้วางแผนเรื่องการเรียนต่อในมหาวิทลัย เลือกเรียนผิดไปก็มี ต้องวางแผนระยะยาวครับ

แต่ละจังหวัดในแคนาดา ระดับและระบบการศึกษาก็จะไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น Ontario กับ Quebec

สำหรับเรื่องที่พักเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็จะอยากอยู่คนเดียวไม่ค่อยอยากอยู่กับโฮสสักเท่าไหร่

คำถามที่ถามมามันกว้างมากเลยครับ ถ้าระบุจังหวัดหรือเมืองอาจจะพอช่วยแนะนำให้ได้ครับ

By SteveMC
Logged

ปรึกษาฟรี
ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมัดจำก่อนปรึกษา ไม่ผูกมัด บริการเพื่อคนไทย โดยคนคนไทยและแคนาดา บริหารงานโดยคุณสตีฟ
บริการด้านงานเอกสารวีซ่าประเทศแคนาดา ใบอนุญาติทำงานและ LMIA งานเอกสารจากประเทศไทย แปลและรับรองเอกสาร ใบรับรองอาชญากรรมของไทยและแคนาดา
http://www.ris-canada.com
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

RSS | WAP
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums
| TinyPortal 1.0 beta 5-1 | Based on Outline Omega by DzinerStudio