* *

Pages: 1 2 [3] 4
  Print  
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo
Author Topic: เรียบจบแล้วจะไปไหน  (Read 10717 times)
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #30 on: Sep 01, 2017, 10:05:43 »

เขามาเขียนไป บ่นไปต่อ เพื่อไม่ให้ www.Thaiontario หยุดนิ่งปีนี้เปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิวันที่5กย ลูกสาวคนโตบอกได้ที่ฝึกสอนไม่ไกลจากที่พัก เป็นโรงเรียนมัธยมชื่อ http://lcvi.limestone.on.ca จะไปฝึกสอนวิชาที่เกี่ยวข้อง ที่จะขอใบอนุญาตประกอบอาชีพครู ในสาขาที่เรียนจบมา Major ปริญญาตรี ของนักศึกษาแต่ละคน เพราะต่างคนต่างจบคนละสาขามา ก่อนที่จะมาเรียนหลักสูตร2ปี ปริญญาตรีด้านศึกษาสตร์และขอใบอนุญาตประกอบอาชีพครู เลยต้องไปฝึกสอนภูมิศาสตร์ถึงเดือนธันวาสิ้นปี พอมกรา2018 ก็ต้องไปฝึกสอนวิชาBiology แต่ยังไม่รู้ว่าทางมหาลัยจะส่งไปฝึกสอนที่โรงเรียนไหน แต่ถ้าได้ฝึกสอนที่เดิมคงจะดี เพราะระยะทางในการเดินทางไปโรงเรียนนี้พอเดินไปได้ครับ  เขาฟืตร่างกายตลอดเวลา มีแปลนจะไปลุยเดิน hiking แถวแกรนด์ แคนยอนแล้วครับ ส่วนลูกสาวคนเล็กก็เตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปในคืนวันที่5 ไปรายงานตัวสายสำหรับปีนี้ครับ ไปถึงคงไปอยู่แบบเถื่อนๆหน่อย คือในกระเป๋าเดินทางมีอะไรไปด้วยก็อยู่กันแบบนั้น ไม่รู้ว่าห้องใหม่ที่จะได้ในปีนี้ จะต้องเก็บ กวาดและขัดขนาดไหน มันขึ้นกับคนที่เคยในห้องนี้ ว่าสะอาดขนาดไหน จะทำความสะอาดเลยก็ทำได้ไม่เต็มที่ ของใช้ส่วนกลางพวกอุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้กวาดพวกอุปกรณ์ทำความสะอาด จะไม่ดีกว่าของส่วนตัว ส่วนของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์ทำความสะอาดห้อง เขาได้ฝากไว้ที่บ้านเพื่อนเมื่อ4เดือนก่อน จะต้องรอเขาเอามาส่งให้ในวันเสาร์
« Last Edit: Sep 13, 2017, 20:51:55 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #31 on: Sep 13, 2017, 21:08:49 »

ลูกสาวคนโตได้รับการตอบรับการฝึกงานที่สวนสัตว์แล้ว เมืองเอดินบะระ สกอตแลนด์ แล้วไปฝึกงานกับเพื่อนร่วมชั้น       ที่เป็นรูมเมท ลูกผมคงไปล้างสมองเพื่อนให้ไปด้วยกัน ถ้าทุนสนับสนุนที่จองจากมหาลัยผ่าน ค่าเดินทางไปกลับที่จะต้องควักจ่ายเองคงตกราว400 กว่าๆไม่เกิน500เหรียญ สำหรับการเดินทางจากโตรอนโต ไป เอดินบะระ บินตรง7ชั่วโมง มันถูกกว่าหรือพอๆกันกับการไปฝึกงานที่แวนคูเวอร์ แต่ฝึกงานในประเทศไม่สามารถขอทุนสนับสนุนค่าเดินทางจากทางหลักสูตรของทางมหาลัยได้ (หลายคนอาจจะงง ว่ามีทุนแบบนี้ด้วยหรือ คือแคนาดามีนโยบายในการสร้างระบบการศึกษาการสร้างยุวชนรุ่นใหม่ในการสร้างชาติให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยการสนับสนุนการสร้างเยาวชนที่จะเป็นครูรุ่นใหม่จากภาครัฐ ในคณะศึกษาศาสตร์จะมีการสนับสนุนเรื่องงบและความช่วยเหลือมากกว่าคณะอื่นๆ แม้กระทั่งค่าเทอมในสาขานี้ จะจ่ายน้อยกว่าในการเรียน ถ้าเทียบกับสาขาอื่น) ในแบบฉบับที่ตัวเขาคิดไว้ บังเอิญเมืองเอดินบะระมันเป็นเมืองในฝันที่อยากจะไปของเขา และอย่างน้อยเขาเพิ่งจะสละสิทธิ์ปฎิเสธการเข้าเรียนต่อโทที่มหาลัยเอดินบะระไปหมาดๆ การได้ไปที่นั้นมันคงมีความหมายบางอย่างสำหรับเขา การฝึกงานมีระยะเวลา3สัปดาห์ เหลืออีก1สัปดาห์คือการท่องเที่ยวไปในสกอตแลนด์ คงเดินไปทางช่วง เมษาของปี2018แล้วกลับมาเรียนต่อทันทีในภาคเรียนของฤดูร้อน ต้นเดือนJune และคงเรียนจบตามหมายกำหนดการในเดือน  August2018    http://www.edinburghzoo.org.uk/education/
« Last Edit: Sep 13, 2017, 21:40:53 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #32 on: Oct 31, 2017, 20:53:22 »

ลูกสาวคนเล็กของผมได้บริษัทที่จะต้องออกไปฝึกงานด้วยในขณะที่เรียนปี4แล้วครับ นี่เป็นข้อบังคับในหลักสูตรของศิลปะปี4นี่ต้องทำพอร์ดโฟลิโอ และฝึกงานทั้งปีก่อนที่จะเรียนจบ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางมหาลัยสอนมาครบแล้วในระยะเวลา3ปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรจะสอนในหลักสูตรที่เรียน แต่ลูกผมลงเรียนคอร์สที่เขาสนใจที่ทางมหาลัยเปิดสอน ลูกสาวได้หาบริษัทที่ผลิตสื่อและแอนิเมชั่นที่จะขอฝึกงานได้แล้ว โดยทางมหาลัยแนะนำให้ไปติดต่อและสมัครที่บริษัทดังกล่าว หลังจากส่งใบสมัครไปนัดสัมภาษณ์ เขาก็รับเข้าไปฝึกงานโดยให้ฝึกสัปดาห์ละ5วัน จนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า ที่นี่หมายถึงบริษัทนี้มีผู้ใหญ่ใจดีมากแทบจะทุกๆท่าน สอนงานจริงๆอัดความรู้ให้แน่นเข้มข้นแบบไม่มีกั๊กวิชาความรู้ ป้อนงานให้ทำแบบจริงๆในทีมที่กำลังผลิตงาน และเขาจะตรวจงานที่ป้อนให้และแก้ไขงานที่เราทำไป และสอนสาเหตุที่เขาแก้งานบางจุดให้ ลูกสาวบอกจุดมุ่งหมายในการฝึกงานนี้คือ เมื่อถึงมีนาคมปีหน้า งานที่ทำลงไป แล้วไม่โดนอาวุโสในทีมบริษัทแก้งานที่เขาทำลงไป ก็ถือว่าผ่านจนถึงจุดที่คาดหวังไว้แล้ว งานมีมากจนลูกผมต้องไปขอลดวันฝึกงาน เพราะไม่มีเวลาที่จะไปเรียนคอร์สที่ลงไว้ที่มหาลัยและปีนี้เป็นตัวแทนนักศึกษาด้วย เวลาว่างแทบจะไม่มี ทางบริษัทก็เข้าใจ เพราะเด็กที่ฝึกงานเมื่อปีกลายไม่ได้เรียนวิชาใดๆเพิ่มขณะที่ฝึกงาน ทางบริษัทจึงให้ฝึกงานสัปดาห์ละ5วัน เขาไม่ได้ถามก่อน เลยคิดว่าลูกของผมคงมีเวลาเหมือนนักศึกษาฝึกงานคนก่อนหน้านี้ครับ เขาเลยลดเวลาทำงานให้ลูกผมเหลือสัปดาห์ละ2วันแต่ถ้าว่างสัปดาห์ไหนก็ให้มาทำงาน3วัน การฝึกงานไม่มีเงินเดือนครับ บริษัทที่ไปฝึกงานด้วยอยู่ในย่านดาวน์ ทาวน์ ชื่อ thoughtcafe’.ca ข่าวล่าสุดที่ลูกสาวบอกมาหลังจากหมดระยะฝึกงาน ถ้าอยากจะทำงานเป็นพนักงานประจำที่นี่ ทางบริษัทยินดีรับเข้าทำงานแล้วครับ งานด้านนี้เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง มีฝีมือสร้างเครือข่ายงานดีๆ ในวงการได้ สามารถทำงานโดยไม่ต้องเข้าไปทำงานในบริษัทได้ครับ จะไปอยู่ที่ไหนในโลกก็ทำงานแบบออนไลน์มาที่บริษัทที่ตนเองสังกัดหรือรับงานเป็นชิ้นก็ได้ครับ
« Last Edit: Nov 03, 2017, 06:13:19 by thainiyom » Logged
nonajung
Sr. Member
อาจารย์
****
Posts: 257


View Profile
« Reply #33 on: Nov 01, 2017, 09:33:07 »

ติดตามอ่านอย่างสม่ำเสมอค่ะ
Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #34 on: Nov 04, 2017, 22:14:15 »

พวกเราลองมาช่วยกันคิดแบบเล่น ว่าสมมุติคนจากเมืองไทยมาเรียนที่แคนาดา เราจะไม่เอาฐานะมาเปรียบเทียบ ว่าคนมี หรือ ไม่มี คือเอาตัวเลขแบบชาวบ้านทั่วๆไปมาเฉลี่ยนะครับ แต่จะขอเปรียบเทียบในเชิงตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ นาย ก มาเรียนปริญญาตรีที่แคนาดา4ปีจนจบ แล้วเดินทางกลับไปหางานทำในประเทศไทย เงินเดือนที่ได้ยังไม่นับค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ในแต่ละเดือน แปลกไหมครับที่ระยะเวลาที่จะต้องคืนทุนที่ลงไปในการศึกษาจากเงินเดือนที่ได้ในประเทศไทยนั้นจะเป็นแบบทำงาน10ปีก็ยังใช้หนี้ไม่หมด เส้นทางการฝึกงานต้องมาดูว่า มาเริ่มจากวงการไหน บริษัทระดับไหน เจอพี่เจอนายที่ดี ที่สอนใจที่ปั้นทรัพยากรมนุษย์หรือเปล่า หรือมันหลอกใช้เราเพื่อเอาผลงานให้มันอย่างเดียว คนส่วนใหญ่จะบอกว่า กว่าฉันจะมีวันในวันนี้ เจอพี่เจอนายแบบเชี่ยๆมามากกว่าดีมากันนะครับ คนที่ไปเรียนถ้าทางบ้านไม่มีงานรอรับการกลับมา หรือไม่ต้องรีบกลับมาทำงานใช้หนี้ทุนหลวง ถ้าหางานที่แคนาดาได้ หางานทำที่แคนาดาสักพักก็คงเป็นทางเลือกที่ดีครับ คือได้ทั้งเงินและได้ทั้งประสพการณ์ การอยู่ที่แคนาดามันขึ้นกับวิชาชีพที่ผู้อยู่เรียนมา อยู่คงอยู่ได้สบายทุกๆคน แต่หลังจากอยู่ไปสักพักใหญ่จนปักหลักได้ พอสบายขึ้นมา โรคคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อและแม่มันจะตามมา มันจะบั่นทอนค่าใช้จ่าย เงินเก็บในแต่ละปีที่จะต้องใช้ในการเดินทางกลับมายังประเทศไทยเช่นกัน แคนาดาบางครั้งสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไป ไปยาก แต่พออยู่แคนาดานานๆแล้วจะคิดกลับมาอยู่เมืองไทยยิ่งยากกว่ามากนะครับ เอาแค่ค่าเล่าเรียนสำหรับคนที่มีบุตร ที่เมืองไทย มันไม่ ได้เรียนฟรีครับ จะเรียนโรงเรียนที่ดีๆมีมาตรฐานแบบเดียวกับแคนาดา จะต้องใช้เงินปีละเท่าไหร่ครับสำหรับบุตรแต่ละคน  เงินเดือนที่จะได้ในประเทศไทยนั้น จะพอจ่ายไหมครับ บางอาชีพที่มีค่าจ้างสูงๆในประเทศแคนาดา แต่ในประเทศไทยจ้างไม่สูงนะครับ มันมีไม่กี่อาชีพนะครับ ที่สามารถไปทำงาน ไปอยู่ที่ไหนในโลกแล้วรับค่าจ้างแบบมาตรฐานที่เท่าๆกันหรือใกล้เคียงกันทั่วโลก ลองช่วยคิดกันก่อนว่า มีอาชีพอะไรบ้าง แล้วอาชีพไหนที่น่าเรียน เพื่อไม่ต้องผูกมัดตัวเองกับ สมมุติบัญญัติและกติกาทางโลกนี้เกินไป คนเราเกิดมาแล้วต้องตายกันทุกๆคน พอจบปริญญาตรีเฉลี่ยว่า คุณได้ใช้ชีวิตไป1ใน3ส่วนของเวลาในชีวิตแล้วนะครับ จะใช้เวลาชีวิตที่เหลือเป็น ไท หรือเป็น ทาสของสมมุติบัญญัติมายาทางโลกดีครับ
« Last Edit: Nov 04, 2017, 23:11:28 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #35 on: Nov 19, 2017, 17:34:51 »

เมื่อวานภรรยาคุยกับลูกสาวคนโต ส่วนใหญ่จะคุยกันเรื่องระบบศึกษาศาสตร์ของอเมริกาและเอาไปเทียบกับระบบการศึกษาของออนทาริโอ เด็กจะเล่าอะไรแปลกให้ฟัง เช่นระบบให้การบ้านนักเรียนในโรงเรียนรัฐแทบจะไม่มีแล้ว การบ้านที่เด็กนำมาส่ง ครูไม่เห็นเด็กในเวลาที่ทำการบ้าน เด็กบางคนไปเอาจากไหนมาก็ได้ เด็กบางคนเลิกเรียนกลับบ้านอาจจะต้องไปดูแลน้อง ไปทำงานบ้านหรืองานนอกบ้าน เด็กๆบางคนที่บ้านไม่มีอินเตอร์เนต บางคนไม่เข้าใจการบ้านที่จะต้องทำ โรงเรียนที่ไปฝึกงานมีเด็กต่างชาติมาเข้าเรียนร้อยกว่าคนจากซีเรีย เด็กโตบางคนมาเรียนตอนอายุมากแล้ว ยังอ่านไม่ออก พูดไม่ได้ เขียนไม่เป็น ออนทาริโอออกกฎหมายมาได้2-3ปีแล้ว ว่าคนที่จบครูอยากจะได้งานทำ เข้าวงการจะต้องแทบแจ้งว่าจะสอนในเมืองใด แทบจะประมาณแบบว่า ต้องสัญญาว่า ฉันจะสอนที่เมืองนี้ตลอดกาลการนานเทอญ คือไปขึ้นทะเบียนกับ School Board ของแต่ละท้องที่แล้ว เริ่มไต่จากคิวรายชื่อข้างล่างขึ้นมา ถ้าบนไม่มีใครออกก็แป๊กอยู่ที่ตรงนั้น School Board เมืองนั้นยาวนาน ออกมาเร่หางานเองที่เมืองอื่นๆทำได้ยาก ครูในออนทาริโอส่วนใหญ่ และงานที่มีให้ครูรุ่นใหม่ๆทำส่วนใหญ่ก็คือ part time ส่วนใหญ่รายรับไม่พอใช้ ส่วนงานนอกประเทศสำหรับครูจบใหม่ๆมีมากครับ ถ้าหางานเป็นจะหาเองตามออนไลน์ หรือผ่านศูนย์เปิดการหางานครูสำหรับต่างประเทศที่มาเปิดตามเมืองต่างๆก็ได้ ตัวอย่างเช่น http://educ.queensu.ca/torf/teachers ให้กดดูรายชื่อผู้จากตรง Attending Schools โรงเรียนที่ไม่กดค่าจ้าง ควรได้ปีละไม่ต่ำกว่า 5หมื่นต่อปีสำหรับคนจบใหม่ๆ บวก ตั๋วเครื่องบินไปและกลับบ้านปีละครั้ง ที่พักหรือค่าเช่าที่พัก ค่ารักษาพยาบาล PD Fund ลูกผมเขาบ่นว่า เขาเองไม่อยากที่จะเป็นครูที่ต้องสอนเด็กมัธยมในห้องที่มีผนังสี่เหลี่ยม ถ้าเป็นทำได้อย่างมาก5ปีแล้วคงหมดไฟ เจ้าตัวเขาบอกเองนะครับ ที่มาเรียนครูเพื่อ มาเอาใบอนุญาตประกอบอาชีพครู เพื่อเป็นผู้ที่ให้การศึกษา ในขอบเขตนอกโรงเรียน เช่นให้การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ไหนก็ได้ สวนสัตว์ พิพิธภันฑ์ ผู้บรรยายการศึกษา นอกรั้วโรงเรียน นอกห้องเรียนครับ ทีนี้ถ้าไม่มีงานแบบที่ว่านี้ หรือหางานแบบที่ว่านี้ได้ยากมากๆ หรือหางานแบบนี้ได้ไม่ยาก แต่ค่าจ้างจ่ายต่ำเกินไปที่จะอยู่แบบพอสบายนิดๆในสังคมนี้ได้ และแล้วเจ้าตัวไม่อยากที่จะประกอบอาชีพครู จะทำยังไงดี ลูกสาวเลยกำลังหาข้อมูลในการเป็นทหารอยู่ครับ คือไปเป็นผู้สอน ผู้สอนผู้ประชาสัมพันธ์ให้มวลชน ผู้บรรยายตามงานที่ได้รับมอบหมาย ตามข้อมูลที่เขาหามาได้ปีแรกงานในกองทัพจะจ่าย52,000 ต่อปี เป็นรายได้ไม่มาก แต่มากพอสำหรับเด็กจบมหาลัยใหม่ๆที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานครับ ซึ่งเด็กในแคนาดาส่วนใหญ่ที่จบมหาลัยก็ยังหารายได้แบบนี้ไม่ได้ง่ายๆครับ ระหว่างอยู่ในกองทัพ มีหลักสูตรต่างๆมีการเรียนฟรีในรูปของงบพัฒนาบุคคลมากมายให้เรียนเท่าที่อยากจะเรียน ซึ่งสามารถปรับวุฒิปรับเงินเดือนขึ้นไปแตะที่ค่าจ้าง6หลักต่อปีภายใน4ปีสำหรับเด็กที่จบมหาลัยที่เป็น ทหารสัญญาบัตร แล้วทำงานไปเกษียณแบบเออร์รี่ ตอนที่เขามีอายุ42 หรือทำงานครบ20ปี แล้วรับบำนาญทางทหารไปตลอดชีวิต ด้วยวงเงินครึ่งหนึ่งของเงินเดือนงวดสุดท้าย พอดีภรรยาของผมมีเพื่อนหญิงที่เป็นเพื่อนร่วมงานท่านหนึ่งที่เมืองไทย เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ เธอมาจากซัสกัสชีวัน เคยเป็นทหารหญิงที่แคนาดา ปลดประจำการด้วยยศ นายพัน เธอยังมีเพื่อนที่ยังอยู่ในวงการทหารที่แคนาดาเหลืออยู่อีกหลายท่าน ภรรยาผมปรึกษาเพื่อนร่วมงานทางอีเมล์เมื่อวาน เลยได้รับคำตอบกลับมาว่า เขาจะบอกให้เพื่อนๆช่วยให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษาให้ความกระจ่างกับลูกสาวคนโตของผม เพื่อประกอบการตัดสินใจครับ
« Last Edit: Nov 30, 2017, 21:54:56 by thainiyom » Logged
Janjao
Newbie
นักเดินทาง
*
Posts: 8


View Profile
« Reply #36 on: Jan 18, 2018, 13:19:22 »

ชอบอ่านที่คุณเขียนนะคะ ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
เรื่องเรียนจบแล้วจะไปไหนนี่ ตอนนี้เราก็กำลังคิดแทนลูกอยู่ ค่ะ ลูกเราก็อยากเป็นครู แต่จะเรียนจนจบได้ถึงมหาวิทยาลัยไหม ตอนนี้ยังไม่ทราบเลยค่ะ ค่าเรียนมหาวิทยาลัยก็เพิ่มขึ้นๆ ทุกปี เราก็พยายามบอกเค้าว่าให้ตั้งใจเรียนมากๆ เพราะถ้าหากขาดทุนทรัพย์แต่เรียนดี คงจะพอมองหาทุนได้(มั้ง?) ส่วนจบมาแล้ว เราคิดว่าโอกาสหางานสอนที่อื่นน่าจะดีกว่า(อยากให้เค้าลองสมัครสอนที่ไทยดูจะได้ย้ายกลับ) เราเองตอนนี้ยังหางานดีๆ เท่ากับที่ไทยไม่ได้เลยค่ะเพราะไม่มีคอนเนคชั่น อนาคตไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แผนจากที่เคยตั้งไว้ระยะ 5-10 ปี ตอนนี้ลดลงมาเป็นระยะ 2-5 ปีแทนซะแล้ว
Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #37 on: Jan 18, 2018, 21:56:53 »

แล้วเด็กไทยที่ไปโตในต่างประเทศ ถ้าอยู่ต่างประเทศอยากกลับมาอยู่เมืองไทยแบบสบายๆโดยใช้ความสามารถของตนเอง ควรเรียนครูครับ สาเหตุเงินเดือนในขั้นเริ่มต้นเริ่มมากกว่า คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ บางคนทำงานในเมืองไทยถึงวัยเกษียณก็ยังได้ค่าจ้างไม่เท่ากับครูในวัยเริ่มต้นนะครับ   ค่ารักษาพยาบาลฟรี และถ้าสมัครงานจากนอกประเทศ จะได้ที่พักฟรี ค่าเช่าบ้านในแคนาดาและอเมริกาปีละเท่าไหร่ครับ หมายถึงถ้าทำงานที่อเมริกาหรือแคนาดา ส่วนนี้ถือว่าเป็นเงินที่เก็บเข้าธนาคารได้ทุกๆเดือนนะครับ และยังได้ตั๋วบินไปและกลับบ้านฟรีในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนด้วยครับ และมันเกี่ยวกับสวัสดิ์การการเรียนของบุตรในอนาคตด้วยครับ เรื่องค่าเล่าเรียนนี้ทำให้คนไทยในต่างประเทศส่วนใหญ่ที่อยากจะกลับมาอยู่ถาวรในเมืองไทย แต่ไม่สามารถกลับมาได้ก็เพราะปัญหาตรงจุดนี้นะครับ คงได้แต่ปลอบในตัวเองว่า เมืองลูกๆโตหมดภาระแล้ว จึงจะกลับมาใช้ชีวิตบันปลายในเมืองไทย ส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลานั้น ก็ไม่ได้กลับมานะครับ ถ้าจะประกอบอาชีพอื่นๆ  เงินเดือนจะต้องได้มากพอที่จะจ่ายค่าการศึกษามาตรฐานแบบอเมริกาเหนือ ที่มีราคาราว1แสนเหรียญแคนาเดียนต่อปี สำหรับเด็ก2คนนะครับ พวกExpatที่ทำงานองค์กรระหว่างประเทศ สถานทูต หรือบริษัทยักษ์ๆที่โดนบริษัทแม่ส่งตัวไปทำงานทั่วโลกนั้น บริษัทที่ทำงานจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับบุตรพนักงานนะครับ แต่จะเลือกประเทศที่จะอยู่ก็ไม่ได้ แล้วแต่ว่าบริษัทจะส่งไปประเทศไหน ต้องย้ายประเทศทุกๆ2ปีอีกด้วย ตำแหน่งงานแบบนั้นก็ไม่ใช่หากันได้ง่ายๆ ส่วนคนที่คิดจะเรียนครู การใช้ภาษา ภาษาต้องดีแบบระดับเจ้าของภาษา พูดจาชัดแบบเจ้าของภาษานะครับ ผมเห็นพวกสายวิทยาศาสตร์จบปริญญาเอกในสายโครงการช่วยวิจัยหน่วยงานรัฐ จ้าง30,000-35,000บาทต่อเดือน ผมว่านอนเฉยๆอยู่ที่บ้าน รับจ้างติวภาษาอังกฤษหรือ ติววิทยาศาสตร์วันละ2ชั่วโมงยังได้มากกว่านั้น ญี่ปุ่นประกาศจะสร้างโครงการเยาวชนรุ่นใหม่ให้พูดภาษาอังกฤษให้ได้แบบสิงค์โปร์ให้ได้ภายในระยะเวลาสิบกว่าปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะต้องนำเข้าครูอีกมากครับ ในขณะนี้วงการชาวต่างชาติที่ประกอบอาชีพครูจะบอกกัน ว่าความต้องการครูในประเทศจีนมีสูงมากๆ ใครจบครูใหม่ๆหางานไม่ได้ให้ไปที่จีนครับ เพราะส่วนใหญ่ที่อื่นๆ จะจ้างคนที่มีประสพการณ์การสอนมา อย่างต่ำ2ปีครับ  จะมีงานมากสำหรับเด็กที่จบใหม่ๆ ที่ยังไม่มีประสพการณ์ในการทำงานครับ มีทั้งตำแหน่งครูสอนภาษาที่อบรมหลักสูตรสอนภาษาแบบระยะสั้นไปสอนภาษา และครูที่จบศึกษาศาสตร์พร้อมมีใบประกอบอาชีพครูที่ไปสอนโรงเรียนอินเตอร์ที่จีนครับ ครูสอนวิทยาศาสตร์หายากในวงการครับ โรงเรียนพวกนี้มีที่พักให้ฟรี มีตั๋วเดินทางไปและกลับถิ่นที่อยู่ทุกๆฤดูร้อนครับ ผมให้ดูอัตราจ้างแบบพื้นฐานของโรงเรียนอินเตอร์ดีๆที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ก็จ้างใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับโรงเรียนนะครับ ถ้ามีโอกาสไปจีน ก็ถือโอกาสไปเรียนภาษาจีนด้วยเลยนะครับ เงินค่าจ้างคูนด้วย5 จะเป็นค่าเงินบาท จะมีอยู่ที่ด้างล่าง โรงเรียนนี้อ่านแล้วตลกตรงที่ประกาศว่า ระบบเครื่องปรับอากาศภายในพร้อมเครื่องกรองอากาศ  ใช้มาตรฐานเดียวกันกับห้องผลิตยาในอุตสาหกรรมยา ป้องกันมลภาวะทางอากาศของปักกิ่งได้สุดยอดจริงๆ           https://www.isb.bj.edu.cn/page.cfm?p=535
« Last Edit: May 06, 2018, 23:22:18 by thainiyom » Logged
Janjao
Newbie
นักเดินทาง
*
Posts: 8


View Profile
« Reply #38 on: Jan 19, 2018, 15:24:54 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #39 on: Jan 22, 2018, 04:55:57 »

ภรรยาของผมสะไก๊ปคุยกับลูกสาวคนเล็ก  เมื่อวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลางเดือนหน้าเด็กจะมีงานแสดงผลงานส่วนตัว ในสตูดิโอในเมืองโตรอนโต้ การเรียนและงานก่อนที่จะจบนี่มากจริงๆ คือสิ่งที่จะต้องทำ ผลงาน รายงาน มันมีมากกว่าเวลาที่ผู้เรียนจะมีในวันหนึ่งๆ สภาพอากาศหนาวความเย็นจัด ก็ทำให้สุขภาพแย่ในบางช่วง ต้องเตรียมพอร์ตโฟลิโอ แสดงโครงการด้วย ความเครียดมีสูง จนบางครั้งต้องปิดระงับเฟสบุ๊ค ปิดตัวปลีก วิเวก จากโลกภายนอก หรือสิ่งรอบตัว นี่ขนาดเด็กเป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ เรียนหนังสือแบบไม่ต้องหางานทำ ไม่ต้องหารายได้ในการทำงานระหว่างที่มาเรียน คนที่คิดจะมาเรียนในระดับปริญญาตรีและคิดจะทำงานในช่วงเวลาหว่างเรียน ควรจะระวังเอาไว้ด้วยครับ ถนนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ นี่ระดับเรียกว่า เรียนจน อ๊วกแตกนะครับ ยิ่งเรียนศิลปะยิ่งหนักมากๆ งานศิลปะนี่ลายละเอียดมาก ต้องใช้เวลาในการทำงานคุณภาพ จะรีบเร่ง ให้เสร็จแบบจะ กำหนดเป็นเวลาเหมือนการบ้านหรือการทำรายงานแบบการเรียนของสายอื่นๆไม่ได้นะครับ ยกตัวอย่างภาพสีน้ำมัน ไม่มีใครกำหนดได้ ว่าใช้เวลาวาดนานเท่าไหร่ วันไหนที่เรียนจบนี่ เรียกว่ายกภูเขาออกจาก อก แล้วกัน เขาขออนุญาตไปเรียนต่อหลักสูตร1ปี แต่เรียน3เทอม ที่ Sheridan College     https://academics.sheridancollege.ca/programs/visual-effects  มีท่านใดที่มีห้องให้เช่าหรือรู้จักกับคนที่มีห้องให้เช่าใกล้กับวิทยาลัย Sheridan เมืองOakville ช่วยบอกด้วยครับ
« Last Edit: Jan 23, 2018, 22:18:28 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #40 on: Jan 23, 2018, 22:49:24 »

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า ในออนทาริโอมีของดี คือหลักสูตรและสถาบันที่มาอยู่ที่มุมโลกด้านนี้ คือ คณะแอนิเมชั่น ของSheridan College ถ้ำพยัคฆ์ ดงมังกร สถานที่สร้างจอมยุทธดีๆนี่เอง      จากการค้นหาข้อมูลที่ผมได้มา คณะแอนิเมชั่นของSheridan College จัดอยู่ในกลุ่ม1ใน10 1ใน20ของสถาบันที่สอน แอนิเมชั่นที่ดีที่สุดของโลก หน่วยงานจัดอันดับมหาลัยบางแห่ง จัดRankingให้ Sheridan อยู่ที่อันดับ1 พร้อมตั้งฉายา ว่า ฮาวาร์ดแห่งแอนิเมชั่น ในกลุ่มมหาลัยที่สอนแอนิเมชั่นในกลุ่มยอดเยี่ยมด้วยกันในระดับต้นๆแบบนี้ ผมขอยกตัวอย่างเช่น www.scad.edu และ www.calarts.edu ที่บริษัท ดิสนีย์เป็นเจ้าของ CalArts เอง จะเป็น ม.เอกชน นักศึกษาอเมริกัน เด็กที่พำนักในรัฐที่ตั้งสถาบัน หรือนักศึกษาต่างชาติ จ่ายค่าเล่าเรียนเท่ากันหมด แต่CalArts คิดเฉพาะเทอมอย่างเดียว ตกปีละ44,000ดอลลาร์ ยูเอส หรือ1ล้าน5แสนบาทต่อปี
ส่วนSheridan คิดค่าเล่าเรียนหรือ ค่าเทอมถูกกว่ามากครับ ขนาดนักเรียนต่างชาติมาเรียนก็ยังถูกกว่าไปเรียนที่ CalArts เกินครึ่งครับ ส่วนคนในแคนาดาจ่ายปีละหมื่นสามดอลลาร์หน่อยๆหรือราว4แสนบาทต่อปี สำหรับหลักสูตรเพิ่มเติมระยะสั้น สำหรับคนที่มีพื้นฐานมาเเล้ว เรียนหลักสูตรละแบบ1ปี  ถ้าจะเรียนปริญญาตรีสายแอนิเมชั่นหลักสูตร4ปี สำหรับคนที่มีสัญชาติและมี PRค่าใช้จ่ายปีละ1หมื่นเหรียญโดยคิดแบบคราวๆครับ ที่ Sherdan นักศึกษาต่างชาติจากจีนและเกาหลีมาเรียนกันมากพอควรครับ   http://computer-animation.squarespace.com/visual-effects/
« Last Edit: Jan 28, 2018, 22:08:00 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #41 on: Mar 04, 2018, 22:01:06 »

กลับมาเรื่องคนลูกสาวคนโต กำลังฝึกงานสอนชีวะที่โรงเรียนมัธยมเดิม ที่เคยไปฝึกสอนภูมิศาสตร์ อึดอัดพอสมควรกับระบบการศึกษาของโรงเรียนรัฐบาล งบประมาณน้อยจึงทำให้ระบบบริหารต่างๆ ล้าหลังและมีปัญหา รู้แต่พูดไม่ได้ ไม่พูดดีที่สุดครับ ถ้าจะเอามาเทียบกับโรงเรียนเอกชนที่ตนเองเคยชินมา เสาร์ที่ 10 ที่จะถึงนี้ก็จะเดินทางไปฝึกงาน1เดือน ที่สวนสัตว์เอดินบะระแล้ว ที่นั่นมีหลักสูตรการสอนการอบรม เกี่ยวข้องถึง20กว่าสาขา เป็นสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงในวงการโลก ยังมีอีกแห่งในอเมริกาที่หลายคนอาจจะลืมไปหรือนึกไม่ถึง น่าไปฝึกงาน น่าไปทำงานด้านจิตอาสา หรือทำงานที่นั่น  สถาบันนี้ใหญ่ระดับโลก ครอบคลุมวิชาการด้านอนุรักษ์หลายๆสาขาแทบทั้งหมดเอาไว้  สถาบันนี้ไม่เป็น2รองจากใครด้วย มีนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติชาวไทย ศิษย์เก่าของ Ontario ทำงานอยู่ที่สถาบันนี้ด้วยครับ https://nationalzoo.si.edu/conservation/nucharin-songsasen 
Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #42 on: Mar 06, 2018, 08:02:24 »

เมื่อเช้านี้ผมเข้าไปหาข้อมูลของสถาบัน Smithsonian แล้วไปอ่านเจอเส้นทางการฝึกงานของเยาวชนไทยท่านหนึ่ง ผมอ่านแล้ว ที่ง มากๆ เอามาแบ่งปันให้อ่านกันต่อๆไปครับ   https://pantip.com/topic/32407290 เมืองนี้ที่พักหาได้ยากมากในการฝึกงาน ขนาดเพื่อนสนิทที่สุดของลูกสาวเรียนจบที่ บอสตัน แล้วไปทำงานที่เมืองนี้ ยังต้องเช่าบ้านในเวอร์จิเนียเพื่อเข้ามาทำงานใน DC ครับ ปีกลายภรรยาของผมก็ได้พาลูกสาวคนโตหนีเรียนไปเที่ยวบางส่วนของ Smithsonian  มาแล้ว ผมก็เลยส่งข้อมูลไปที่ลูกสาวเช่นกัน จะได้มอง เหล่ๆ ไว้ก่อน ตัวเขาเองก็มีสัญชาติอเมริกันที่พอจะพาไปโฉบหางานที่นั่นได้ เพราะหมายกำหนดการ ต้องลงเรียนซัมเมอร์อีกเทอม เท่ากับเรียนครบ4 เทอม หรือหลักสูตร2ปี แบบเรียนรวดเดียวไม่มีการพักยก เพราะต้องเรียนใน2ภาคของฤดูร้อน มหาลัยควีนส์วางหลักสูตรนี้ขึ้นมาคือเรียนติดต่อกันนาน16เดือน แทนที่หลักสูตรธรรมดาที่เรียนแล้วมีการหยุดภาคเรียนในฤดูร้อน ที่ต้องใช้เวลาในการเรียน2ปี เพื่อร่นเวลาของหลักสูตรลงมาเพราะบังคับให้เรียนในช่วง2ซัมเมอร์ ให้นักศึกษาสาขานี่จบการศึกษาก่อนมหาลัยอื่น  และได้เปรียบในการมีเวลาไปหางานได้ก่อนนักศึกษาของมหาลัยอื่นๆ ที่เรียนปีละ2เทอมและต้องใช้เวลาเรียนนานถึง2ปีเต็ม ส่วนลูกของผมนั้นเมื่อเรียนจบแล้ว มีหมายกำหนดการที่จะต้องกลับมายังประเทศไทยในเดือนสิงหาคมครับ ถ้าหางานก่อนที่จะเรียนจบไม่ได้ ต้องกลับมาตั้งหลักกันก่อนที่บ้านเราครับ คือเป็นช่วงเวลาหมดสัญญาเช่าห้องพักด้วยครับ
« Last Edit: Mar 08, 2018, 20:00:28 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #43 on: Mar 10, 2018, 04:26:03 »

เมื่อเช้าตามเวลาของประเทศไทย ซึ่งเป็นวันเสาร์ ภรรยาว่างก็แชตคุยกับลูกสาวคนโต ซึ่งเดินทางมาพักที่บ้านเพื่อนสาว ในOakvilleแล้ว พรุ่งนี้คุณแม่ของเพื่อนที่จะเดินทางไปด้วยกัน จะขับรถไปส่งทั่งคู่ที่สนามบิน  เพื่อนที่เรียนคณะ บางคนไปฝึกงานที่กัมพูชา สิงค์โปร์ อเมริกาใต้และสหราชอาณาจักร ที่เหลือส่วนใหญ่ไปฝึกงานในประเทศแคนาดา บางคนไปถึงตะวันตกซึ่งระยะทางในการบินไปหลายชั่วโมง คือพอๆกับไปที่อื่นๆนะครับ บางคนถามลูกสาวว่าไปไหน พอบอกว่า สก๊อตแลนด์ เพื่อนบางคน ตอบกลับ แดม ยู เด็กไทยรุ่นต่อไปที่ จะมาเรียนที่แคนาดา ที่มีการฝึกงานตามโครงการหลักสูตรของมหาลัย ที่ไม่ใช้โครงการสหกิจ หมายความว่าไม่มีรายได้ใดๆจากการฝึกงาน การฝึกงานต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเอง เช่น ค่าเดินทาง ค่าครองชีพ ค่าเช่าบ้านเอง ดูกฎด้วยครับว่า มหาลัยมีทุนช่วยเหลือหรือไม่นะครับ แบบที่ผมบอกหลักสูตรนี้ที่มหาลัยควีนส์ ถ้าฝึกงานในประเทศไม่ได้ความช่วยเหลือเรื่องทุนๆใดๆจากมหาลัย แต่การไปนอกประเทศของลูกสาวผมเขาได้ทุนสนับสนุนการเดินทางแบบให้เปล่าจากมหาลัยมา 1,600เหรียญ แต่ต้องเขียนรายงานการฝึกงานประจำวัน ฝึกงานวันละ6ชั่วโมง สวนสัตว์อยู่ห่างจากที่พักระยะเดินทางด้วยการเดิน10กว่านาที เขาหัวเราะแล้วบอกว่า สวนสัตว์เปิด10โมงเช้า ได้นอนตื่นสายๆ ผมบอกเขาไปทัวร์โรงบ่มสุราสิ เขาบอกคงไปแน่ๆ  
สำหรับการรับทุนช่วยเหลือจากมหาลัย นีกศึกษาต้องเขียนรายงานที่ส่งต้องมีภาพถ่าย งานประจำวัน สิ่งที่ไปเรียนรู้มา แล้วจะต้องทำรายงานลงโพสเตอร์ ทั้งหมดต้องทำส่งให้กับทางคณะเมื่อกลับมา เลยต้องแบกกล้องตัวใหญ่ไปด้วย ต้องแบกไปด้วยหนักหน่อย การใช้กล้องจากมือถือถ่ายภาพคงไม่เหมาะสมครับ
« Last Edit: Mar 10, 2018, 11:28:15 by thainiyom » Logged
thainiyom
Elite member
ปรมาจารย์
*******
Posts: 1,541


View Profile
« Reply #44 on: May 06, 2018, 06:10:06 »

ลูกสาวคนเล็กของผมสอบผ่านปีที่4แล้ว จะได้รับปริญญาตรีแล้ว 4ปีผ่านไปเร็วมาก ชีวิตของผมก็จะหมดไปเร็วเวลาตามความเร็วของกาลเวลาไปเช่นกัน ลูกสาวคนโตเรียนเดือนที่14ของหลักสูตร16เดือน พอถึงเดือนที่14จากการฝึกงานและการเรียน เกิดอาการบรรลุสัจธรรมของแก่นแท้ของชีวิตขึ้นมา แล้วเกิดอาการผุดรู้มองเห็นเมตตาธรรมขึ้นมา แบบเจอสิ่งที่ต้องการและอยากที่จะทำขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง แต่เดิมต้องการหลักสูตรครูและใบประกอบอาชีพครู เพื่อไปเข้าสู่วงการ Outdoor Education ไม่เคยคิดที่จะเป็นครูในชั้นเรียนที่เป็นห้องที่มีฝาผนังสี่เหลี่ยม และเกลียดที่สุดที่จะต้องทำแบบนั้น ถ้าทำแบบนั้นได้ก็คงไม่นานที่ไฟคงจะหมดไป ถ้าจะทำแบบนั้นก็มีสาเหตุเดียว คือต้องการ paycheck เท่านั้น แต่การฝึกงานในกลุ่มช่วยเหลือเด็กพิเศษ มีตั้งแต่ออทิสติก การล่าช้าทางความคิด และอื่นๆ ทำให้การมองโลกของเขาเปลี่ยนไป และทำให้เขามองว่านี่คืออีกอย่างที่ท้าทายและทำให้เขาอยากที่จะทำงานแบบนี้มากๆ การที่จะเข้าไปสอนเด็กพิเศษจะต้องอบรมหลักสูตรพิเศษหลังจากที่เรียนจบ เรียนเพิ่มและสอบให้ผ่าน ใช้เวลาไม่กี่เดือน หลักสูตรที่ดีมากๆในวิชาชีพครูพิเศษมีทั้งหมด3หลักสูตร การสอนเด็กพิเศษคือ1ใน3ของสิ่งที่ผมกำลังกล่าวถึง ถ้าใครได้เรียนจะหางานได้ไม่ยาก และอัพเกรดตัวเองขึ้นไปที่ระดับ pay scale ที่สูงขึ้นในอาชีพครู หลังจากนี้เรียนโทก็คงพอแล้วสำหรับคนที่คิดจะทำงานยาวๆในสายครูจนถึงวันเกษียณอายุงานนะครับ ลูกสาวของผมเล่าว่า สิ่งที่เขาทราบเรื่องเด็กๆนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตนี้ อยู่ที่เมืองไทยก็ไม่เคยเจอหรือสัมผัสกับสังคมแบบนี้ เขาเล่าว่า ทำให้เขาเกิดมีอาการถึงขั้น F.cking Sickมากๆ ที่ไปรู้ว่ามีเด็กๆในแคนาดาบางจำนวนที่มาโรงเรียนโดยไม่ได้มีอาหารเช้าที่จะทาน ไม่ได้หวีผม ไม่ได้อาบน้ำเพราะสังเกตุจากกลิ่นตัว ไม่ได้มีเสื้อผ้ามากมายที่จะใส่มาเรียน แม้กระทั่งเสื้อกันหนาวที่ดีๆพอสำหรับฤดูหนาวก็มีไม่มีพอ สาเหตุมาจากความยากจน มาจากครอบครัวที่ยากจน หรือเด็กบางส่วนมาจากกลุ่มไม่มีครอบครัว มาจากบ้านช่วยเลี้ยงหรือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือเด็กไร้ครอบครัว บางคนจะไปเรียนต่อในระดับวิทยาลัยชุมชน แต่ประวัติการเงินของผู้ปกครองก็ไม่มีที่จะกรอกในใบสมัครกู้เงินค่าเล่าเรียนของOSAP ในกลุ่มของคนหรือนักเรียนไม่ว่าจะ ยากดี มีหรือจน ยังมีคนที่ดีๆอยู่ในทุกกลุ่มในนั้น ถ้าเราตั้งใจฟังและแก้ปัญหาให้กับเขา สิ่งที่เป็นอุปสรรคการเรียน การศึกษาการหาความรู้ของเด็กๆ ก็มาจากความยากจนและปัญหาจากทางครอบครัวเป็นสาเหตุใหญ่ ไม่ใช่เกิดขึ้นในประเทศไทยประเทศเดียว มีเรื่องแบบนี้ในแคนาดาเช่นกันครับ ส่วนเด็กออทิสติกหรือเด็กพิเศษ ไม่ต้องวางหลักสูตรการสอนมาล่วงหน้า มาอยู่กับเหตุซึ่งๆหน้าแล้ว อยู่กับสิ่งที่เหตุซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ5นาที ไม่มีการเตรียมการสอน ไม่มีการบ้านให้ตรวจ มันช่างท้าทายความสามารถมากๆครับ เด็กบางคนสอนเพียงแต่ให้เขา พึ่งพาตัวเอง ช่วยตัวเองได้ เช่น ทำอาหารได้เอง ช่วยเหลือตัวเองได้ ทำตัวแบบที่ต่อไปข้างหน้า เขาจะต้องอยู่ในโลกใบนี้ด้วยตัวเองให้ได้ถือว่า การสอนนี่สำเร็จแล้วครับ แอดมิน มีอักษรสีแดงเตือน ตอนที่จะ log in การเข้าเว๊บมานานแล้วนะครับ ว่าเว๊บนี้ไม่ปลอดภัยเรื่องข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่จะเข้ามาออกความเห็น
« Last Edit: May 07, 2018, 03:51:50 by thainiyom » Logged
Pages: 1 2 [3] 4
  Print  
 
Jump to:  

RSS | WAP
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums
| TinyPortal 1.0 beta 5-1 | Based on Outline Omega by DzinerStudio