Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 on: Aug 26, 2015, 22:51:38 
Started by happyman1976 - Last post by happyman1976

www.siamthairestaurant.ca
เพศชาย
อายุ 25-45 ปี
สัญชาติไทย
ความรู้ ความสามารถ ด้านครัวไทย
มีประสบการณ์พิจารณาเป็นพิเศษ

ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

เรียนรู้งานไว เข้าใจงาน ขยัน อดทน  under pressure

ส่ง Resume มาได้ที่  happyman76@hotmail.ca


 12 
 on: Aug 25, 2015, 04:40:07 
Started by Matcha - Last post by Matcha
เรากำลังวางแผนเรียนต่อ ป.โท สาขา computer science ที่แคนาดาแล้วยื่นขอ post graduation work permit + PR หลังเรียนจบ แต่กังวลเรื่องการหางานที่นั่น (กลัวหางานทำไม่ได้) ตอนนี้กำลังลังเลระหว่างแคนาดากับออสเตรเลียอยู่ค่ะ

รบกวนอยากขอคำแนะนำจากพี่ๆ ในเว็บบอร์ดดังต่อไปนี้ค่ะ

1. งานสายคอม วุฒิ ป.โท ที่นั่นถือว่าหางานยากไหมคะ เห็นติด Federal Skilled Worker Program (FSWP) 2014-15 Occupation List อยู่ แต่ไม่มั่นใจว่ามีปัญหาเรื่อง over qualified ไหม (ประสบการณ์งานสายคอมฯ ที่เราทำอยู่หมวด 2171 Information systems analysts and consultants ค่ะ)

2. เราสามารถยื่นขอ PR จากไทยก่อนไปเรียนต่อเพื่อให้ได้ค่าเทอมที่ถูกลงไหมคะ ถ้างานที่เราทำอยู่ตอนนี้เข้าข่าย FSWP

3. มีข้อควรระวังอื่นๆ ที่ทำให้หมดสิทธิ์ขอ PR หลังเรียนจบไหมคะ (กรณีที่ทำข้อ 2 ไม่ได้)

4. ตอนหาข้อมูลเพิ่มเติมเจอ list กฎใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนเร็วๆ นี้ อยากทราบว่า ณ ตอนนี้มีกฎข้อไหนบ้างที่ประกาศใช้แล้วในแคนาดาบ้างคะ

5. สภาพเศรษฐกิจที่แคนาดาในช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ มีการ layoff เยอะหรือไม่ หางานยากมั้ย (ขอเฉพาะสายอาชีพที่เราบอกไปข้างต้นนะคะ) มีเมืองไหนที่หางานสายเราง่ายๆ บ้างคะ

6. คำแนะนำอื่นๆ

ขอบคุณค่ะ

ปล. รู้สึกว่าช่วงนี้บอร์ดร้างเหลือเกินตั้งแต่เปลี่ยนกฎใหม่ กับแคนาดาหาข้อมูลยากมาก ไม่ค่อยมีคนรู้จักให้ถามได้เลย  Sad

 13 
 on: Aug 25, 2015, 00:18:41 
Started by chanmaichai - Last post by AST
เหตุที่การลงทุนในอสังหาเป็นที่นิยมในแคนาดาเป็นเพราะมันเป็นการลงทุนในไม่กี่อย่างที่่ถ้าขายแล้วมีกำไรจะไม่ต้องเสียภาษีถ้าเป็นบ้านที่เจ้าของอยู่เองหรือบ้านเช่าที่ถือครองเกินห้าปี สิ่งที่ยันราคาบ้านให้สูงอยู่ได้คืออัตราดอกเบี้ยต่ำและการเข้ามาของimmigrantอย่างต่อเนื่อง

เรื่องอัตราดอกเบี้ยนั้นตอนนี้ก็ต่ำเกือบสุดๆแล้ว Bank of Canada เรตอยู่ที่ 0.5% จึงมีที่เหลือที่ไม่มากที่จะลดลงอีก ดังนั้นช่องทางที่ราคาบ้านจะเพิ่มขึ้นด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงมันมีไม่มาก แต่ในทางกลับกันเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีโอกาสที่ BoC จะขึ้นดอกเบี้ยในระยะสองสามปีข้างหน้าคงมีน้อยดังนั้นถือได้ว่าอัตราดอกเบี้ยคงไม่มีบทบาทมากในขณะนี้ที่จะเปลี่ยนราคาบ้าน

ส่วนimmigrationนั้นTorontoเป็นเมืองอันดับต้นๆที่immigrationชอบเข้ามาอยู่เช่นเดียวกับ Vancouver, LA, San Francisco เมืองพวกนี้แม้เห็นราคาบ้านแล้วหวาดเสียวแต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยอมตกซักที  จึงไม่กล้าฟันธง แต่ถ้าเศรษฐกิจจีนญี่ปุ่นย่ำแย่ต่อเนื่องจนคนต้องขนเงินกลับไปอุดขาดทุนที่บ้านก็ไม่แน่เพราะเงินที่มาปั่นราคาบ้านในโตรอนโตมันไม่ได้มาจาก local economy มันมาจากฮ่องกง

สรุปคือ upside มีจำกัดน่าจะไปลงทุนด้านอื่นที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่า การลงทุนซื้อบ้านในโตรอนโตมันมีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ปรกติถ้าเราเสี่ยงแล้วเราควรได้รับการตอบแทนในรูปโอกาสที่จะได้รางวัลงามๆ ผมไม่ทราบหรอกว่าอีกห้าปีบ้านมันจะราคาตกหรือเปล่าแต่รู้ว่าโอกาสที่บ้านจะราคาบูมขึ้นสูงมากๆกว่าระดับปัจจุบันนี้มันมีน้อย เมื่อรางวัลมันไม่น่าสนใจจะไปเสี่ยงกับมันทำไม

 14 
 on: Aug 24, 2015, 20:10:21 
Started by chanmaichai - Last post by thainiyom
คุณ AST ช่วงนี้เงินเเคเนเดียนตกลงมา 1 ดอลลาร์ 27บาท จังหวะนี้เข้าซื้ออสังหาในโตรอนโตจะคุ้มกับความเสี่ยงไหมครับ คือตลาดในเมืองต่างๆหลายเมืองเริ่มมีราคาตกลง และราคาที่โตรอนโตก็โดนนักเก็งกำไรและนักปั่นเข้าไปทำราคาจนสูงเกินไปมาก คือเทียบราคาจากรายรับ ค่าครองชีพ
จากเมืองอื่นๆที่น่าอยู่ในอเมริกา ถ้าเป็นคนเดินดินหรือเด็กรุ่นใหม่ๆที่จบมหาลัยที่เริ่มสร้างตัว คือทำงานสีกพักแล้วจะซื้อคอนโดหรือบ้านในโตรอนโต คือถ้าคิดจะไปอยู่เมืองนี้แบบไม่มีต้นทุนหรือมีเงินเดิม ถึงจะมีอาชีพการงานดีก็ตามคงโดนธนาคารกินดอกเบี้ยแบบโหดร้ายไปอย่างยาวนาน คุณคิดว่าราคาอสังหาจะลงมาตามภาวะการเงินที่ผัวผวนทั่วโลกในขณะนี้หรือไม่ครับ คือไม่คิดจะถือยาวเพราะเกิดไม่มีใครอยู่เช็คค่าเช่าบ้านไม่ผ่าน คงไม่มีปัญญาบินไปทวงค่าเช่าครับ จะจับแค่5ปีครับ แต่กลัวจับแล้วตอนที่จะขายราคาจะตกในช่วงขายครับ

 15 
 on: Aug 24, 2015, 15:10:17 
Started by chanmaichai - Last post by AST
อยากมาคุยเรื่องการลงทุนหน่อยเพราะเห็นหลายคนมีเงินเก็บเยอะแต่แค่เอาไปฝากแบงค์เห็นแล้วเสียดายแทน

หากคุณทำงานที่แคนาดา เงินฝากแบงค์ของคุณจะถือเป็นเงินได้ต้องไปรวมกับเงินได้ที่อื่นแล้วคิดภาษี อันนี้อาจจะแพงมากถ้าฐานรายได้คุณสูงอยู่แล้ว จึงไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเช่นหากคุณไปฝาก 5 year GIC จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 2.5 % ถ้าฐานรายได้คุณต่ำจะเสียภาษี 25% ทำให้ได้ดอกเบี้ยจริงแค่ 1.875% ถ้าฐานรายได้คุณสูงจะเสียภาษีประมาณ 40% ทำให้ได้ดอกเบี้ยจริงแค่ 1.5%

ไม่เหมือนเมืองไทยที่ดอกเบี้ยแบงค์เสียภาษีณที่จ่าย 10 % แต่ถ้าฐานภาษีต่ำอาจไปเครมภาษีคืนได้อีกนิดหน่อย
แต่ฝากเงินเมืองไทยดอกเบี้ยมันต่ำติดดินแม้ภาษีจะน้อยก็ตามจึงไม่ใช่เป็นการลงทุนที่ดี

หลังจากสำรวจอยู่พักใหญ่ผมคิดว่าการลงทุนที่ดีที่สุดคือซื้อหุ้นปันผล แต่ซื้อที่แคนาดามันไม่ดีเพราะกำไรจะถือว่าเป็น capital gain ต้องเสียภาษีในอัตราสูง ควรไปซื้อในย่าน Asian Pacific ที่ไม่คิดภาษีการได้กำไรจากหุ้น

ข้อดีอย่างหนึ่งคือเงินปันผลจากหุ้นอย่างเมืองไทย นอกจากจะไม่เสียภาษีแล้วยังไปขอภาษีคืนได้อีก ปรกติบริษัทที่ไม่ได้ BOI จะเสียภาษีเงินได้ 30% ก่อนมาปันผล แต่เมื่อมาปันผลแล้วกฎหมายบอกว่าให้เสียภาษีตามรายได้ของผู้ถือหุ้น ดังนั้นหากเราไม่มีรายได้ในไทย ฐานภาษีต่ำอาจเสียภาษีแค่ 10% ทำให้เราไปขอภาษีคืนได้ (30-10) = 20% ของเงินปันผลเป็นต้น

แน่นอนการลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยงมากกว่าฝากแบงค์เพราะราคาหุ้นมันผันผวนไปตามภาวะตลาด แต่ความผันผวนมันมีสองทิศคือผวนขึ้นกับผวนลง หากเราลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีกำไรและปันผลสูงต่อเนื่องมาเป็นเวลานานไม่หมกเม็ดบัญชี ในระยะยาวโอกาสที่มันจะผวนขึ้นมันมีมากกว่าผวนลงเพราะมันมีกำไรสะสมอยู่ในทุนบริษัทเพิ่มขึ้นทุกปี คุ้มค่าความเสี่ยง

แต่ตอนนี้ถ้าเป็นผมคงยังไม่ซื้อหุ้นนะเพราะกำลัง panic กันในประเทศจีนจนสู่ภาวะไม่ปรกติทั่วโลก รอให้มันร่วงจนราคานิ่งๆก่อนค่อยเก็บเพราะแม้หุ้นดีแต่ตลาดรวมลงมันก็ลงตาม ไม่ต้องซื้อตอนตลาดต่ำสุดก็ได้แต่ซื้อตอนมันนิ่งๆ การซื้อตอนตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วๆเป็นการลงทุนแบบ high risk high return แต่สิ่งที่ผมแนะนำเป็น low risk satisfactory return in the long run

การเสี่ยงนั้น หากไม่เสี่ยงเลยมันก็ไม่ดีเพราะผลตอบแทนจะต่ำ เสี่ยงมากก็ไม่ดีเพราะอาจจะหมดตัว ควรเลือกการลงทุนที่ผลตอบแทนสูง แต่เสี่ยงไม่มากเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเงินเรา

สิ่งที่ต้องระมัดระวังที่สุดคือการหมกเม็ดของผู้บริหาร คือมีการขาดทุนต่อเนื่องแต่แต่งบัญชีให้ดูดี กำไรดีมาตลอดแต่พอปัญหามันเยอะจนปิดไม่อยู่ขาดทุนหนักซักสองสามไตรมาสแล้วเจ้งเลย ที่ผ่านมามีหลายบริษัทที่เป็นแบบนี้

แล้วจะดูอย่างไรว่าบริษัทหมกเม็ดหรือไม่ มีหลายวิธี วิธีแรกคือดูชื่อผู้บริหาร บางคนมีชื่อเสียงโด่งดังในการโยกเงินโน่นไปปิดหนี้ ได้ยินชื่อก็เสียวแล้ว ออก warrant มาหลายรอบเป็นต้น วิธีที่สองคือเลือกบริษัทที่ปันผลสูงต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบปี เพราะถ้าเป็นบริษัทแต่งบัญชีจะไม่สามารถจ่ายได้เพราะขาดกระแสเงินสด วิธีที่สามคือดู Corperate Governance (CG) rating ซึ่งจะมีตั้งแต่ไม่ติดเรตติ้งจนถึง 5 ดาว ซึ่งแสดงถึงการบริหารที่มีความโปร่งใสยอดเยี่ยม

ในตลาดหลักทรัพย์ไทยมีหุ้นที่น่าลงทุนคุ้มความเสี่ยงอยู่ประมาณ 10 บริษัท หุ้นพวกนี้สภาพคล่องจะต่ำเพราะผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่จะถือยาวไม่ค่อยนำมาซื้อขายในตลาดบ่อยนัก หุ้นพวกนี้จะไม่เป็นที่นิยมของนักปั่นหุ้นเพราะ volume ซื้อขายมันต่ำปั่นไม่สนุก ขาตลาดขึ้นมันก็ไม่ขึ้นมาก ขาลงมันก็ไม่ลงมาก หากเป็นนักเก็งกำไรคงหงุดหงิดต้องเป็นผู้ลงทุนระยะยาว

ยกตัวอย่างหุ้นหนึ่งมีค่า PE (price/earning) ประมาณ 6 หรือทำกำไรได้ประมาณปีละ 16% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น ปันผล 5% ต่อปี อีก 11% เก็บไว้เป็นทุนขยายกิจการ ทำอย่างนี้ต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้ว หลังเครมภาษีคืนจากเงินปันผลผู้ถือหุ้นจะมีรายได้ประมาณ 6% กว่า และการที่บริษัทเก็บรายได้บางส่วนไว้มันทำให้มูลค่าหุ้น น่าจะสูงขึ้นในระยะยาว บริษัทนี้มี CG rating = 5 star และผู้บริหารเป็นที่รู้จักกันในวงการว่าเป็นคนเถรตรงและทำบัญชีอย่างอนุรักษ์มาก หากเห็นว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายหรือโอกาสที่จะขาดทุนบางอย่างแกจะตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะขาดทุนซะด้วยซ้ำ

อีกบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเกือบห้าสิบปี นโยบายจ่ายเงินปันผล 50% ของกำไร รายได้ขึ้นๆลงๆแต่เฉลี่ยเงินปันผลห้าปีที่ผ่านมาได้ 7.5% ต่อปี หากมาเคลมภาษีคืนจะได้ประมาณ 9% ต่อปี เป็นบริษัทบริหารงานโดยคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่โกงไม่ค่อยเป็น

อย่า underestimate ผลตอบแทนของการลงทุนนะครับเพราะผลนี้มันทบต้นทุกปี สมมุติว่าคุณฝากเงิน1ล้านบาทในแคนาดาได้ดอกเบี้ย 1.875% ฝากไว้ยี่สิบปีจะมีเงิน 1.45 ล้านบาท  แต่ถ้าคุณไปซื้อหุ้นปันผลที่ตอบแทน 9% ต่อปี ซื้อไว้ยี่สิบปีจะมีเงิน 5.6 ล้าน ต่างกันฟ้ากับดิน ดังนั้นการใส่ใจว่าหาเงินได้เอาไปเก็บไว้ที่ไหนมันสำคัญพอๆกับการทำมาหากินเลยทีเดียว

อีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบคือการเป็น Canadian Resident นี่มันมีกฏว่าเงินได้ที่มาคิดภาษีต้องมาจาก global income คือถ้ามีรายได้จากเมืองไทยต้องนำมาคำนวนด้วย แต่ในทางปฏิบัติโดยเฉพาะคนเอเซียจะไม่ค่อยมีคนนำมาคำนวน CRA เองก็ไม่มีปัญญาตรวจสอบเพราะแม้แต่รายได้ในแคนาดาเองยังต้องสุ่มตรวจเพราะพนักงานไม่พอ บางคนก็ไปลงทุนโดยใช้ชือญาติไปเลยตัดปัญหา ดังนั้นจะ report หรือไม่คงต้องแล้วแต่วิจารณญานของผู้ลงทุนก็แล้วกันนะครับ

 16 
 on: Aug 24, 2015, 02:12:07 
Started by Nikki - Last post by nai_phoenix
สนใจครับ ติดต่อกันได้ยังใง

 17 
 on: Aug 24, 2015, 02:05:59 
Started by nath301 - Last post by khmer35
 Grin Grin ดีใจด้วยที่เข้าเกณฑ์ conjugal partner

ไม่น่ามีปัญหาครับ เห็นมีคนรับทำ(ข้อ 1-2)
1. ตรวจสุขภาพใหม่ (ตรวจตั้งแต่เมษา 2015)
2. ใบตำรวจ (ขอตั้งแต่เมษา 2015)
3. ใบแปลเอกสารราชการ (เพราะดันไปแปลเอง เพิ่งเห็นว่าห้ามแปลเอง)

ส่วนข้อ 3 ต้องให้กงสุน รับรองเอกสารครับ ไม่ใช่แปลเองครับ
ไปทำไว้เลยก็ได้  จะได้ไม่ต้องเสียเวลาครับ
 Smiley Smiley

 18 
 on: Aug 24, 2015, 00:41:09 
Started by nath301 - Last post by nath301
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวกับพี่ๆ ในบอร์ดนี้ทุกคนนะครับ ผมชื่อ นนท์ ครับ
รู้จักกับแฟนเชื้อชาติจีน สัญชาติแคนาดา ตั้งแต่สงกรานต์ปี 2014 คบกันตั้งแต่นั้น ตกลงทำการอุ้มบุญที่เมืองไทย แต่เป็นน้ำเชื้อแฟนนะครับ ตอนนี้ลูกชายคลอดแล้ว ลูกชายอยู่กับผมและแม่ที่กรุงเทพ แฟนมาเยี่ยม 1-2 เดือนต่อครั้ง ผมได้ส่งใบสมัครไปพร้อมกับใบสมัครแฟนเมื่อวันที่ 6 สิงหา 2015 ถึงมิสสิสซอก้า 10 สิงหา 2015 ตอนนี้กำลังรออยู่ครับ เข้าไปแทรกก็ไม่พบข้อมูล สงสัยยังไม่เริ่ม process ไม่ได้กังวลเรื่องใบสมัครของแฟนหรอกครับ แต่กังวลกระบวนการที่สิงคโปร์ ก่อนสมัครอ่านเจอว่ากระบวนการที่สิงคโปร์รอประมาณ 3-4 เดือน แต่ตอนนี้เพิ่งทราบว่าหลัง 2011 มาเค้าเปลี่ยนเป็น 24-28 เดือน อยากทราบว่า
1. กระบวนการที่สิงคโปร์ รอ 24-28 เดือนจริงไหม? ทำไมนานจัง?
2. ถ้าต้องรอถึง 24-28 เดือนจริง แล้วมีวิธีไหนที่จะได้ไปแคนาดาก่อนนั้นไหมครับ? เห็นว่ามี TRV แล้วจะง่ายยิ่งขึ้นถ้ามี Sponsor Approval Letter หลังจากที่ใบสมัครของแฟนได้รับการ approved อันนี้จะทำให้ได้ TRV ง่ายขึ้นจริงไหมครับ? แล้วถ้าได้จริง จะได้ visa กี่เดือนครับ? เราสามารถไปรอ PR จากสิงคโปร์ที่แคนาดาได้ไหมครับ? กังวลตอนที่ทางสิงคโปร์ขอพาสปอร์ตเราไปแล้วมันจะตรงกับตอนวีซ่าหมดอายุ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
นนท์ 
   
   
 
ขอบคุณคุณ khmer 35 มากนะครับที่มาตอบคำถามผม
ไหนก็ขอบตอบคำถามและขอรบกวนถามความเป็นไปได้ที่ได้วีซ่าเลยละกันนะครับ
ผมสมัครแบบ conjugal partner ครับ ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตอนสมัครก็ไม่แน่ใจว่าจะคลิกเลือก common-law partner หรือ conjugal partner แต่เลือก conjugal เพราะว่าเรายังไม่ได้มีทรัพย์สินร่วมกันมากนัก และลูกตามกฎหมายก็เป็นลูกแฝนฝ่ายเดียว คุณ khmer35 บอกว่าต้องอยู่ด้วยกันสองปี ผมตกใจเลย ก็เลยไปเปิดดูเว็บ cic เค้าบออก "A conjugal partner is a foreign national residing outside Canada who is in a conjugal relationship with a sponsor for at least one year, but could not live with the sponsor as a couple." อันน้กรณีผมน่าจะเข้าค่ายอยู่นะครับ
หลักฐานเด่นๆ ที่ส่งไป ก็มี
1. ทะเบียนบ้านคอนโดที่แฟนซื้อไว้ที่กรุงเทพ โฉนดเป็นชื่อแฟน แต่สำนักทะเบียนบ้านผมเป็นเจ้าของบ้าน
2. .ใบเสร็จการรักษาพยาบาลของลูกที่ผมเป็นคนใช้บัตรเครดิตจ่าย
3. รูปถ่ายสองครอบครัว ครอบครัวเรารู้ความสัมพันธ์ของเราครับ
4. ประวติการแชททาง LINE ตั้งแต่เมษายน 2014 คุยทุกวัน ไม่เคยขาด วันละ 1-2 ชั่วโมง ปริ้นท์ประวัติแยกเป็นเดือนๆ ปริ้นท์หน้าหลัง หมดกระดาษไป 5 แพ็ค
5. หลักฐานจากสถานทูตแคนาดาและออสเตรเลีย (แฟนผมถือสัญชาติออสเตรเลียด้วย) ที่แสดงว่าผมเป็นตัวแทนของแฟนในการติดต่อขอสัญชาติให้ลูก
6. รูปถ่ายเยอะมากๆ ตอนเราไปเที่ยวกันกับลูก หลายที่มากๆ
ขอถามอีกเรื่องนึงนะครับ
ย้อนกลับไปอ่านกระทู้ "สรุปตอนนี้มีหญิงสาวสวย...." (เยอะมาก ยังอ่านไม่จบ) บอกว่าป้าแว่นที่สถานทูตแคนาดาจะไม่ให้ TRV ในเคส conjugal ต้องแต่งงานกันก่อน ผมไปสถานทูตแคนาดาบ่อย จนสนิทกับป้าแว่น (ถ้าหมายถึงคนเดียวกันนะ) กะว่าจะลองขอ TRV แบบ conjugal ไปก่อน แต่ถ้าป้าไม่ให้ก็คงต้องแต่งงาน เพราะเราก็มีแพลนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ว่ารอไปแต่งที่แคนาดา ถ้าจำเป็นก็น่าจะแต่งงานก่อน (อันนี้ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าต้องทำไงบ้าง ประเทศไหนแต่งได้บ้าง) ถ้าสมมุติผมได้ TRV ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตามแต่ ผมกลับไทยไม่ได้หรอครับ? แล้วถ้าสิงคโปร์ต้องการเอกสารเพิ่มเติมล่ะ มั่นใจว่าสิงคโปร์ต้องขอ
1. ตรวจสุขภาพใหม่ (ตรวจตั้งแต่เมษา 2015)
2. ใบตำรวจ (ขอตั้งแต่เมษา 2015)
3. ใบแปลเอกสารราชการ (เพราะดันไปแปลเอง เพิ่งเห็นว่าห้ามแปลเอง)
ถ้าเค้าขอผมต้องทำยังไงครับ?

 19 
 on: Aug 23, 2015, 23:10:44 
Started by nath301 - Last post by khmer35
สวัสดีคุณ นนท์
เคสของคุณ จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ.."ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างน้อย 2 ปี"
สมัครเป็นแบบ spouse หรือ common law ?
ขอตอบตามคำถามที่ถาม
1. กระบวนการที่สิงคโปร์ รอ 24-28 เดือนจริงไหม? ทำไมนานจัง?
  - อยู่ที่ช่วงจังหวะ ถ้ามีผู้สมัครเย่อะ เวลาก็จะนาน ตามที่เขาประกาศครับ
เคสผมใช้เวลา ประมาณ 1 ปี ครับ
2. ถ้าต้องรอถึง 24-28 เดือนจริง แล้วมีวิธีไหนที่จะได้ไปแคนาดาก่อนนั้นไหมครับ? เห็นว่ามี TRV แล้วจะง่ายยิ่งขึ้นถ้ามี Sponsor Approval Letter หลังจากที่ใบสมัครของแฟนได้รับการ approved อันนี้จะทำให้ได้ TRV ง่ายขึ้นจริงไหมครับ? แล้วถ้าได้จริง จะได้ visa กี่เดือนครับ? เราสามารถไปรอ PR จากสิงคโปร์ที่แคนาดาได้ไหมครับ? กังวลตอนที่ทางสิงคโปร์ขอพาสปอร์ตเราไปแล้วมันจะตรงกับตอนวีซ่าหมดอายุ
  - TRV ก็อาจจะง่ายขึ้น +เอกสารความสัมพันธ์ของคุณกับแฟน+ต้องแจ้งเขาด้วยว่าคุณกำลังขอ PR อยู่ ถึงไม่แจ้งเขาก็สามารถตรวจสอบได้
  - RRV จะได้ไม่เกิน 6 เดือน
   - รอได้ แต่ต้องแจ้ง CIC ว่าคุณมารอ PR ที่แคนนาดา(รอแล้วไม่สามารถกลับไทยได้จนกว่า PR จะ approved)  กับทุกๆ 6 เดือน คุณต้องเดินทางออกจากแคนาดา.
ขอให้โชคดีครับ Smiley Smiley

 20 
 on: Aug 23, 2015, 22:15:57 
Started by Nikki - Last post by Nikki
จะบินมาเดือนกันยายนค่ะ ประมาณ 10 วัน โปรแกรมมีหมดแล้วค่ะ
หากมีเพื่อนๆพอจะหาเวลาได้ ไม่จำเป็นต้องขับมืออาชีพค่ะ ออกมาเที่ยวกันเอง
รบกวนเมล์มาหลังไมค์นะคะ

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
RSS | WAP
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2011, Simple Machines | TinyPortal 1.0 beta 5-1 | Based on Outline Omega by DzinerStudio